หมายเลข ID หัวข้อ : 00158628 / ปรับปรุงครั้งล่าสุด : 02/10/2019

รีโมทคอนโทรลของทีวีไม่สามารถสั่งงานได้อย่างถูกต้องหรือไม่ตอบสนองเลย

    ข้อสำคัญ: ในกรณีที่เป็น จูนเนอร์ / Set-Top Box ของบริษัทอื่น ท่านอาจจะสามารถเปลี่ยนได้เฉพาะช่องสัญญาณด้วยตัวรีโมทคอมมานเดอร์ของบริษัทอื่นที่จัดมาให้ด้วยเท่านั้น ตัวรีโมทเดิมของโซนี่จะไม่สามารถใช้ได้

    หมายเหตุ: ถ้าหากมีความผิดพลาดแสดงขึ้นมาเมื่อท่านกดปุ่มบนตัวรีโมทคอนโทรล ที่เกี่ยวข้องกับบริการทางเครือข่ายเช่น YouTube หรือ Netflix ให้ตรวจเช็คดูว่าทีวีนั้นเชื่อมต่ออยู่กับอินเทอร์เน็ตอย่างถูกต้องดีแล้วหรือไม่ สำหรับรายละเอียดการเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ตหรือการแก้ปัญหา ให้อ้างอิงกับ: วิธีการและการแก้ปัญหาสำหรับ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

    เคล็ดลับ- วิธีแก้ไขที่รวดเร็วที่เราแนะนำ

    ก่อนที่จะลองตามขั้นตอนการแก้ปัญหาใดๆ ด้านล่าง เราแนะนำให้ท่านถอดแบตเตอรี่ออกจากตัวรีโมทคอนโทรลนาน ประมาณ 1 นาที จากนั้น ใส่แบตเตอรี่กลับเข้าไปใหม่ตามทิศทางขั้ว (-/+)
    ถ้าหากยังมีปัญหาต่อไปอีก เราแนะนำให้ท่านเข้าไปทำในแต่ละส่วนในหัวข้อนี้โดยใช้คำแนะนำการแก้ปัญหาที่สมบูรณ์ของเรา
     

    คำแนะนำการแก้ปัญหาที่สมบูรณ์ของเรา

    หัวข้อนี้ประกอบไปด้วยรายการต่อไปนี้ ขั้นแรกตรวจเช็คดูว่าปัญหามาจากตัวทีวีหรือตัวรีโมทคอนโทรล ถ้าหากปัญหามาจากตัวรีโมทคอนโทรล ท่านจะได้รับการแนะนำในส่วน ตามชนิดของตัวรีโมทคอนโทรล เริ่มทำการเช็คจาก ส่วน A


    ส่วน A:
    ตรวจเช็คดูว่าทีวีมีการทำงานได้หรือไม่

    1. ตรวจเช็คดูว่าปุ่มต่างๆ ของทีวีสามารถใช้งานได้
      • ถ้าหากปุ่มต่างๆ ของทีวีสามารถจะใช้งานได้ ให้ไปทำใน ส่วน B: รายการตรวจเช็คของรีโมทคอนโทรล
      • ถ้าหากปุ่มต่างๆ ของทีวีไม่สามารถใช้งานได้ ให้ไปทำในขั้นตอนที่ 2


        หมายเหตุ: ขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่อง ตำแหน่งของปุ่มต่างๆ ของทีวีจะแตกต่างกันไป ตรวจเช็คดูด้านข้าง ด้านหลัง ด้านหน้า และด้านบนของทีวี
         
    2. ตรวจเช็คดูว่าหลอดไฟ (หลอดเพาเวอร์/สแตนด์บาย) ที่อยู่ด้านหน้า/ด้านล่างของทีวีว่ามีติดสว่างหรือไม่

      หมายเหตุ: ขึ้นอยู่กับรุ่นของเครื่อง ชื่อ ตำแหน่ง และรูปร่างของหลอดไฟจะแตกต่างกันไป หลอดไฟในผังไดอะแกรมนี้ใช้เป็นตัวอย่างประกอบการอธิบาย
      • ถ้าหากหลอดไฟติดสว่างหรือกะพริบเป็นสีแดง ให้ไปทำในขั้นตอนที่ 3
      • ถ้าหากหลอดไฟไม่ติดสว่าง ให้ตรวจเช็คดูว่าสายไฟเพาเวอร์ หรือตัว AC adaptor ไม่ได้ถูกถอดออกหรือหลุดหลวม
        ถ้าหากไม่มีปัญหากับการเชื่อมต่อข้างต้น ให้ไปที่ขั้นตอนที่ 3
         
    3. ดำเนินการเพาเวอร์รีเซ็ตในทีวี
      ถ้าหากเกิดจากปัจจัยภายนอก เช่นบริการเครือข่าย/ข้อมูล/การส่งแพร่กระจายข้อมูล/อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ อาการนี้อาจจะดีขึ้นได้โดยการรีเซ็ตทีวีของท่าน
    4. ถอดอุปกรณ์ภายนอกเพื่อตรวจสอบดูว่ามีผลกระทบจากอุปกรณ์ภายนอกหรือไม่
      ถอดอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ด้วยออก (อุปกรณ์ USB hard disk ภายนอก อุปกรณ์เชื่อมต่อ HDMI ฯลฯ) และสายต่างๆ จากขั้วต่อของทีวี
      หมายเหตุ:
      • ห้ามทำการถอดสายเพาเวอร์ของทีวีออก
      • ถ้าหากการเชื่อมต่อมีความซับซ้อน ให้จดบันทึกไว้ก่อน และตรวจสอบให้แน่ใจว่าท่านสามารถประกอบคืนได้ก่อนการถอดออก
      • เมื่อมีอุปกรณ์เฉพาะเชื่อมต่ออยู่และทีวีมีการกะพริบ มีความเป็นไปได้ที่จะมีปัญหากับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ด้วยนั้น

    ถ้าหากท่านไม่สามารถใช้งานได้หลังการตรวจสอบข้างต้นแล้ว อาจจะต้องขอรับการบริการแล้ว
     


    ส่วน B:
    ตรวจเช็คดูรายการต่างๆ ของรีโมทคอนโทรล (ทั่วไป)

    หมายเหตุ: เนื่องจากแต่ละขั้นตอนเหล่านี้จะแทนวิธีการแก้ปัญหาที่เป็นไปได้ ให้ตรวจเช็คดูการทำงานของรีโมทคอนโทรลหลังการทำแต่ละขั้นตอนเสร็จสิ้นลง

    1. ต้องมั่นใจว่าไม่มีปุ่มใดๆ ของตัวรีโมทคอนโทรลติดขัดอยู่
    2. การรีเซ็ตตัวรีโมท
      ตัวรีโมทอาจจะไม่ทำงานเป็นการชั่วคราวเนื่องจากมีหน้าสัมผัสของแบตเตอรี่ที่ไม่ดี หรือมีไฟฟ้าสถิตรบกวน
      1. ถอดแบตเตอรี่ออกจากตัวรีโมท
        หมายเหตุ: ขึ้นอยู่กับชนิดของตัวรีโมทคอนโทรล การเปิดฝาปิดช่องใส่แบตเตอรี่อาจจะแตกต่างกันไป ด้านล่างนี้เป็นวิธีการเปิดฝาปิดช่องใส่แบตเตอรี่แบบที่นิยมใช้กันทั่วไป รูปภาพนี้เป็นทางด้านหลังของตัวรีโมท

        1. กดและเลื่อนฝาปิดขึ้นเพื่อเปิดออกมา
        2. เลื่อนฝาปิดเพื่อเปิดออกมา
        3. กดและยกฝาปิดขึ้นเพื่อเปิดออกมา
        4. กดและยกฝาปิดขึ้นเพื่อเปิดออกมา
      2. กดที่ปุ่มเพาเวอร์ของตัวรีโมทเป็นเวลาสามวินาที
      3. ใส่แบตเตอรี่เข้าไปในตัวรีโมท
    3. ทำความสะอาดขั้วต่อแบตเตอรี่ของตัวรีโมทคอนโทรล
      ขั้วต่อแบตเตอรี่ของตัวรีโมทคอนโทรลอาจจะสกปรก ถอดแบตเตอรี่ออกและทำความสะอาด ขั้วของรีโมทคอนโทรลด้วยสารละลายแอลกอฮอล์เล็กน้อย โดยใช้ก้านสำลีหรือผ้านุ่ม จากนั้นใส่แบตเตอรี่กลับเข้าไปในตัวรีโมทคอนโทรล
    4. เปลี่ยนด้วยแบตเตอรี่ที่เป็นของใหม่
      หมายเหตุ:
      • ใส่แบตเตอรี่เข้าไปให้ตรงขั้ว + และขั้ว - ตามเครื่องหมายที่แสดงไว้
      • ต้องมั่นใจว่าได้ใส่แบตเตอรี่เข้าไปจากด้านขั้ว - ดังแสดงในรูป
      • ไม่ใช้แบตเตอรี่ใหม่และแบตเตอรี่ที่ใช้งานมาแล้วปนกันหรือใช้แบตเตอรี่ต่างชนิดปนกัน
      • ห้ามใช้แบตเตอรี่แบบที่สามารถชาร์จไฟใหม่ได้
    5. ดำเนินการเพาเวอร์รีเซ็ตในทีวี
      ถ้าหากเกิดจากปัจจัยภายนอก เช่นบริการเครือข่าย/ข้อมูล/การส่งแพร่กระจายข้อมูล/อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ อาการนี้อาจจะดีขึ้นได้โดยการรีเซ็ตทีวีของท่าน
    6. ในเครื่องรุ่นต่างๆ ด้านล่าง อาการอาจจะดีขึ้นได้จากการอัปเดตซอฟต์แวร์ของตัวรีโมทคอนโทรล ตรวจเช็คดูว่ามีตัวอัปเดตซอฟต์แวร์ สำหรับตัวรีโมทคอนโทรลหรือไม่
      Android TV ที่ออกในปี 2015 หรือที่ใหม่กว่า:
      1. กดที่ปุ่ม HOME บนตัวรีโมทคอนโทรล
      2. เลือกที่  Settings
      3. ขั้นตอนต่อไปจะขึ้นอยู่กับเมนูตัวเลือกในทีวีของท่าน:
        • เลือกที่ Remotes & AccessoriesRemote controlSoftware update
        • เลือกที่ Remote control หรือ Voice Remote ControlSoftware update
      หมายเหตุ:
      • ถ้ามีข้อความ Would you like to update the remote control software now? แสดงขึ้นมา ท่านสามารถทำการอัปเดตซอฟต์แวร์ของรีโมทคอนโทรลได้ ทำตามคำแนะนำบนหน้าจอและสั่งงานตัวรีโมทคอนโทรล 
      • ถ้าการอัปเดตซอฟต์แวร์ตัว รีโมทคอนโทรลเริ่มทำได้ แต่ล้มเหลวทุกครั้ง อาจจะเป็นเพราะแบตเตอรี่มีกำลังไฟเหลืออยู่ต่ำ ให้เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ และจากนั้นให้ลองทำการอัปเดตซอฟต์แวร์ของรีโมทคอนโทรลอีกครั้ง 
      • ถ้าหากมีข้อความ Please use a Voice Remote Control to select this item แสดงขึ้นมา ฟีเจอร์ Bluetooth อาจจะมีการหยุดค้างไปเป็นการชั่วคราวได้
        ให้ถอดแบตเตอรี่ออก และใส่กลับเข้าไปใหม่ หรือทำการรีเซ็ตทีวี และลองทำการอัปเดตซอฟต์แวร์ของรีโมทคอนโทรลอีกครั้ง
      • ถ้ามีข้อความ Your software is up to date แสดงขึ้นมา ท่านไม่จำเป็นต้องทำการอัปเดตซอฟต์แวร์นี้อีก
    7. ถอดอุปกรณ์ภายนอกเพื่อตรวจสอบดูว่ามีผลกระทบจากอุปกรณ์ภายนอกหรือไม่
      ถอดอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ด้วยออก (อุปกรณ์ USB hard disk ภายนอก อุปกรณ์เชื่อมต่อ HDMI ฯลฯ) และสายต่างๆ จากขั้วต่อของทีวี
      หมายเหตุ:
      • ห้ามทำการถอดสายเพาเวอร์ของทีวีออก
      • ถ้าหากการเชื่อมต่อมีความซับซ้อน ให้จดบันทึกไว้ก่อน และตรวจสอบให้แน่ใจว่าท่านสามารถประกอบคืนได้ก่อนการถอดออก
      • เมื่อมีอุปกรณ์เฉพาะเชื่อมต่ออยู่และทีวีมีการกะพริบ มีความเป็นไปได้ที่จะมีปัญหากับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ด้วยนั้น

    ถ้าหากอาการไม่ดีขึ้นแม้จะหลังจากที่ได้ทำตามขั้นตอนจนถึงขั้นตอนนี้ ให้ไปทำในส่วน C
     


    ส่วน C:
    เลือกชนิดของตัวรีโมทคอนโทรล (ทั่วไป)


    รีโมทคอนโทรลแบบ Infrared (IR):

    ถึงแม้ว่าจะมีระบบสื่อสารที่แตกต่างกันสองแบบ (อินฟราเรด/ไร้สาย) สำหรับ รีโมทคอนโทรล ตัวรีโมทคอนโทรลของ Sony TV จะเป็น รีโมทคอนโทรลแบบ Infrared (IR)
    สำหรับการแก้ปัญหาของ รีโมทคอนโทรลแบบ Infrared (IR) ให้อ้างอิงกับต่อไปนี้
    รีโมทคอนโทรลแบบ Infrared (IR) ไม่ทำงานอย่างถูกต้องหรือไม่ตอบสนองใดๆ เลย 

    รีโมทคอนโทรลแบบไร้สาย (Wireless remote control):

    ถ้า รีโมทคอนโทรลหรือทีวีของท่านตรงกับ [A] [B] หรือ [C] ด้านล่าง แสดงว่าท่านมีรีโมทคอนโทรลแบบไร้สาย (Wireless remote control)

    1. รีโมทคอนโทรลสำหรับ A9G_AG9/XG85_X85G_U8G/XG95_X95G/Z9G_ZG9 ซีรีส์  (ออกในปี 2019) *1, *2
    2. รีโมทคอนโทรลทัชแพด (Touchpad Remote Control) สำหรับบางรุ่นของปี 2015 *1
    3. รีโมทคอนโทรลแตะครั้งเดียว (One-touch Remote Control) สำหรับบางรุ่นของปี 2013 *3

      รีโมทคอนโทรลแบบไร้สาย 3 แบบ A, B, C 

    สำหรับปัญหา รีโมทคอนโทรลไร้สาย ให้อ้างอิงกับต่อไปนี้
    รีโมทคอนโทรลไร้สายไม่ทำงานอย่างถูกต้อง หรือไม่ตอบสนองใดๆเลย
     

    *1: ถ้าหากมีเฉพาะ ปุ่ม Microphone ไม่ทำงานใน รีโมทคอนโทรลทีวี ให้ตรวจเช็คดูกับ การสั่งงานด้วยเสียง (Voice Commands)ไม่ทำงานกับรีโมทของฉัน

    *2: ถ้ามีเฉพาะปุ่มเพาเวอร์/ช่องสัญญาณ ไม่ทำงานบน รีโมทคอนโทรลทีวี ให้ตรวจเช็คกับ รีโมทคอนโทรลแบบอินฟราเรด ไม่ทำงานอย่างถูกต้องหรือไม่ตอบสนองใดๆ เลย

    *3: ถ้ามีเฉพาะปุ่มเพาเวอร์ไม่ทำงานบน รีโมทคอนโทรลทีวี ให้ตรวจเช็คกับ รีโมทคอนโทรลแบบอินฟราเรด ไม่ทำงานอย่างถูกต้องหรือไม่ตอบสนองใดๆ เลย