หมายเลข ID หัวข้อ : 00091322 / ปรับปรุงครั้งล่าสุด : 10/12/2019

ข้อผิดพลาด: 1107, 2123, 3218, 5010 หรือ 7003 แสดงขึ้นมาในระหว่างการเซ็ตอัปเครือข่าย หรือเมื่อพยายามจะเข้าถึงคอนเทนท์ของอินเทอร์เน็ตในทีวี

    สาเหตุสำหรับความผิดพลาด 1107, 2123, 3218, 5010 หรือ 7003:
    รหัสความผิดพลาดเหล่านี้จะแสดงขึ้นมาในกรณีต่อไปนี้

    • การเชื่อมต่อของอินเทอร์เน็ต ถูกตัด หรือ ไม่เสถียร
    • ความเร็วในสายของเครือข่ายลดลง (โดยเฉพาะเมื่อเชื่อมต่อกับ ระบบ LAN แบบไร้สาย (wireless LAN))

    ถึงแม้จะเป็นกรณี ที่นอกเหนือจากข้างต้น รหัสแสดงความผิดพลาด อาจจะแสดงออกมาได้เนื่องจากสาเหตุที่เกิดขึ้นชั่วคราวเช่น การรบกวนข้ามสาย (Crossed lines) ฯลฯ. ปัญหาเหล่านี้อาจจะดีขึ้นหลังจากเวลาผ่านไป โดยไม่ต้องทำอะไร. ในกรณีนี้ บางทีก็ไม่สามารถระบุถึงสาเหตุได้

    1. ตรวจเช็คดูว่าทีวีมีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตอย่างถูกต้องดีแล้ว

      สำหรับเครื่องรุ่นที่เป็น Android TV™ ให้ทำตามขั้นตอนด้านล่าง:

      1. กดที่ปุ่ม โฮม (HOME) บนตัวรีโมทคอนโทรล
      2. ขั้นตอนต่อไปจะขึ้นอยู่กับเมนูตัวเลือกในทีวีของท่าน:
        • เลือกที่   แอป (Apps)ช่วยเหลือ (Help) — อาการของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (Internet Connectivity Symptoms)
        • เลือกที่ ช่วยเหลือ (Help) — วิเคราะห์ปัญหา (Problem diagnosis) หรือ อาการของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (Internet Connectivity Symptoms)อาการของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (Internet Connectivity Symptoms)

      สำหรับเครื่องรุ่นที่ไม่ใช่ Android TV ให้ลองหนึ่งในขั้นตอนต่อไปนี้ (A หรือ B) ขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่องของท่าน:

      ขั้นตอน A

      1. กดที่ปุ่ม โฮม (HOME) บนตัวรีโมทคอนโทรล
      2. เลือกที่การตั้งค่า (Settings)
      3. เลือกที่ การเซ็ตอัปเครือข่าย (Network Setup) หรือเลือกที่ เครือข่าย (Network) และจากนั้นเลือกที่ การเซ็ตอัปเครือข่าย (Network Setup)
      4. เลือกที่ ดูสถานะและ การตั้งค่าของเครือข่าย หรือสถานะของเครือข่าย (View Network settings and status or Network Status)
      5. เลือกที่ ตรวจสอบการเชื่อมต่อ (Check Connection)

      ขั้นตอน B

      1. กดที่ปุ่ม โฮม (HOME) บนตัวรีโมทคอนโทรล
      2. เลือกที่การตั้งค่า (Settings)
      3. เลือกที่ การตั้งค่าระบบ (System Settings)
      4. เลือกที่ การเซ็ตอัป (Set-up)
      5. เลือกที่เครือข่าย (Network)
      6. เลือกที่ การเซ็ตอัปเครือข่าย (Network Setup) หรือ การเซ็ตอัปเครือข่าย (Network Set-up)
      7. เลือกที่ ดู การตั้งค่าและสถานะของ เครือข่าย (View Network settings and status)
      8. เลือกที่ ตรวจสอบการเชื่อมต่อ (Check Connection)

        ถ้าหากมีผลการวินิจฉัยใด ๆ เป็น Failed:
        ทีวี ไม่มีการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต กรุณาตรวจเช็คการตั้งค่าการเชื่อมต่อของเครือข่าย
        Bravia TV ไม่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้
        ถ้าหากผลการวินิจฉัยทั้งหมดเป็น OK:
        ถ้าหากท่านยังคงมีข้อความแสดงความผิดพลาด อาจจะมีปัญหาเฉพาะบางอย่างเกิดขึ้น
        ถ้าหากเป็นปัญหาที่ทราบกันอยู่แล้ว ก็สามารถจะแก้ไขได้โดยการอัปเดตซอฟต์แวร์ การทำการอัปเดตซอฟต์แวร์
        วิธีดำเนินการอัปเดตซอฟต์แวร์ ถ้าหากยังไม่ดีขึ้น กรุณาลองทำดังต่อไปนี้
        1. ปิดเพาเวอร์ของแหล่งจ่ายไฟของทีวี
        2. ถอดปลั๊กของทีวีออก
        3. ถอดปลั๊กของเราท์เตอร์และโมเด็มออก
        4. เชื่อมต่อปลั๊กของเราท์เตอร์และโมเด็มเข้าไปอีกครั้งหลังจากผ่านไป 2 นาที
        5. เชื่อมต่อปลั๊กของทีวีเข้าไปอีกครั้ง
        6. เปิดเพาเวอร์จ่ายไฟของทีวีขึ้นมา
        7. หลังจากผ่านไป 5 นาที กรุณาลองทำ รีเฟรช คอนเทนท์ อินเทอร์เน็ต (Refresh Internet Content) ดูสองสามครั้ง

          หมายเหตุ: รีเฟรช อินเทอร์เน็ต คอนเทนท์ (Refresh Internet Content) จะมีอยู่ในทีวีที่ผลิตในปี 2559 หรือก่อนหน้านั้น ไม่มีใน Android TV

    2. ตรวจเช็คดูการตั้งค่า และสภาวะแวดล้อมการใช้งานต่อไปนี้

      หมายเหตุ: จะมีกรณีที่ปัญหาไม่ได้มาจากตัวทีวี แต่จะมาจากสภาวะแวดล้อมของเครือข่าย ในกรณีนี้ ให้ติดต่อกับบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องถ้าหากจำเป็น

      1. รีเซ็ตเครื่องรับโทรทัศน์นั้นให้กลับไปเป็นการตั้งค่าเดิมจากโรงงาน
        วิธีการรีเซ็ต เครื่องรับโทรทัศน์ ให้กลับไปเป็นการตั้งค่าเดิมจากโรงงาน
        วิธีการรีเซ็ต Android TV™ ให้กลับไปเป็นค่าการปรับตั้งจากโรงงาน
      2. ลดความซ้ำซ้อนของเราท์เตอร์
        ตัวเราท์เตอร์จะทำการกำหนดค่า IP address ให้กับอุปกรณ์เพื่อใช้ในการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ถ้าหากมีการใช้เราท์เตอร์สองตัว อาจจะมีรหัสความผิดพลาดแสดงขึ้นมาเนื่องจากมีความซ้ำซ้อนกันของ IP address ให้ติดต่อกับผู้ผลิตเราท์เตอร์นั้น หยุดฟังก์ชันการทำงานการกำหนดเส้นทาง ของเราท์เตอร์ตัวหนึ่งไว้ และลองตรวจเช็คดูว่าสถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่
      3. ตรวจเช็คดูความเร็วในสายของเครือข่าย
        มีหลายปัจจัยที่จะทำให้ความเร็วในสายของเครือข่ายลดต่ำลงได้ ลองทำตามต่อไปนี้ โดยอ้างอิงกับความเป็นไปได้ที่อาจจะกลายเป็นปัจจัยหนึ่งขึ้นมาได้

        รูปภาพประกอบ

        [1]: TV
        [2]: อุปกรณ์ตัวอื่่น
        [3]: เราท์เตอร์
        [4]: โมเด็ม
        [5]: ISP (ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider))
        [6]: ผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน

        1. ระหว่างทีวี และ เราท์เตอร์
          มีความเป็นไปได้ที่อาจจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งได้
          แม้ว่าทีวีนั้นจะสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ เมื่อความเร็วในการติดต่อสื่อสารลดต่ำลง ก็อาจจะแสดงรหัสความผิดพลาดออกมาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อใช้ ระบบ LAN แบบไร้สาย (wireless LAN) ความเร็วการเชื่อมต่อของ ระบบ LAN แบบไร้สาย (wireless LAN) อาจจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดตามระยะทางหรือการรบกวนของคลื่นวิทยุระหว่างเราท์เตอร์และทีวี ดำเนินการชั่วคราวสิ่งต่อไปนี้เพื่อที่จะหาสาเหตุ

          เมื่อใช้ ระบบ LAN แบบไร้สาย (wireless LAN):

          • เชื่อมต่อทีวี และเราท์เตอร์โดยใช้ LAN แบบใช้สาย
          • ปิดเพาเวอร์ของอุปกรณ์ไร้สายตัวอื่น ๆ
             
          เมื่อใช้ LAN แบบใช้สาย:
          • ให้ใช้สายที่สอดคล้องกับ มาตรฐานการติดต่อสื่อสารหมวดที่ 5 (Communication category 5) หรือที่มากกว่า

          ถ้าหากปัญหาสามารถแก้ไขได้โดยวิธีการข้างต้น, แสดงว่าสาเหตุมาจากความเร็วของการติดต่อสื่อสารระหว่างตัวทีวี กับ เราท์เตอร์นั้น ดำเนินการดังต่อไปนี้

          เมื่อใช้ ระบบ LAN แบบไร้สาย (wireless LAN):

          • เชื่อมต่อทีวี และเราท์เตอร์ กับ LAN แบบใช้สาย (แนะนำให้ใช้วิธีนี้)
          • วางทีวี และเราท์เตอร์ให้ใกล้กันมากขึ้น และจากนั้นให้ใช้ ระบบ LAN แบบไร้สาย (wireless LAN)
          • หลีกเลี่ยง การใช้งานพร้อมกันกับอุปกรณ์ไร้สายตัวอื่น หรือเปลี่ยนช่องสัญญาณคลื่นไร้สายใหม่
             
          เมื่อใช้ LAN แบบใช้สาย:
          • ให้ใช้สายที่สอดคล้องกับ มาตรฐานการติดต่อสื่อสารหมวดที่ 5 (Communication category 5) หรือที่มากกว่า
             
        2. ความหนาแน่นของการใช้งานในเครือข่ายกับอุปกรณ์อื่น
          มีความเป็นไปได้ที่อาจจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่ง รูปภาพประกอบ
          จำนวนข้อมูลที่เราท์เตอร์สามารถส่งมอบได้ในหนึ่งครั้งจะมีจำกัด เมื่อใช้อินเทอร์เน็ตพร้อมกัน กับอุปกรณ์ตัวอื่น ความเร็วในสายของเครือข่ายจะลดลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเล่นวิดีโอ ในอุปกรณ์ตัวอื่นและการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ จะมีผลกระทบต่อความหนาแน่นของติดต่อสื่อสาร ในการที่จะทำการดาวน์โหลดข้อมูลขนาดใหญ่ หลีกเลี่ยงการใช้งานพร้อมกันกับอุปกรณ์ไร้สายตัวอื่น และจากนั้นลองเช็คดูว่าสถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่
           
        3. ความหนาแน่นในการใช้งานในเครือข่ายของ ISP (ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet Service Provider))
          เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เป็นไปได้ รูปภาพประกอบ
          • ปัญหาใน ISP
          • ความหนาแน่นของการติดต่อสื่อสารเนื่องมาจากการใช้งานพร้อมกันระหว่างผู้ใช้ใน ISP เดียวกัน
            ความเร็วในสายของเครือข่ายอาจจะลดลงได้เป็นการชั่วคราวอันเนื่องมาจากสาเหตุข้างต้น เป็นการยากที่จะตรวจสอบถึงสาเหตุของความผิดพลาดที่สอดคล้องกับเรื่องข้างต้นนี้ ตัวอย่างเช่น ใช้ทีวีในระหว่างช่วงเวลาที่ไม่มีการดูหนาแน่น และตรวจเช็คดูว่ารหัสความผิดพลาดดังกล่าวมีแสดงออกมาอีกหรือไม่
             
        4. มีการใช้งานเครือข่ายหนาแน่น กับแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการนั้น
          อาจจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งได้ รูปภาพประกอบ
          เมื่อมีการเข้าไปใช้งานจำนวนมากกับผู้ให้บริการ ที่ให้บริการคอนเทนท์อินเทอร์เน็ตเช่นแอปพลิเคชันสตรีมถ่ายทอดวิดีโอสด รหัสความผิดพลาดเหล่านี้อาจจะแสดงออกมาได้จากความคับคั่งนี้ เป็นเรื่องยากที่จะยืนยันว่าความผิดพลาดมีสาเหตุมาจากเรื่องนี้ ตัวอย่างเช่น ใช้ทีวีในช่วงเวลาที่ไม่มีการใช้งานกันมาก และตรวจเช็คดูว่ามีรหัสความผิดพลาดแสดงออกมาหรือไม่