หมายเลข ID หัวข้อ : 00197008 / ปรับปรุงครั้งล่าสุด : 23/04/2018

เสียงจาก หูฟัง/ลำโพง มีการตัดหรือมีนอยส์รบกวนเกิดขึ้น.

ผลิตภัณฑ์และหมวดสินค้าที่ใช้ได้กับหัวข้อนี้

มีหลายเหตุผลที่สามารถจะทำให้เกิดนอยส์รบกวนกับเสียงของหูฟังหรือลำโพง Bluetooth ได้. กรุณาตรวจเช็คดูวิธีการแก้ปัญหาต่อไปนี้สำหรับแต่ละสาเหตุ:

กรณีที่ 1: เมื่อใช้อุปกรณ์ Bluetooth ใกล้กับเราท์เตอร์ Wi-Fi , เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล, เตาไมโครเวฟ, ตู้เย็น, ฯลฯ
กรณีที่ 2: เมื่อใช้อุปกรณ์ Bluetooth ในกระเป๋าเสื้อหรือกางเกง หรือกระเป๋าในระหว่างที่รับฟังเสียงออดิโอ
กรณีที่ 3: เมื่อใช้อุปกรณ์ Bluetooth ใกล้กับอุปกรณ์ Bluetooth ตัวอื่น
กรณีที่ 4: เมื่อใช้อุปกรณ์นี้ห่างจากเครื่องเล่น เช่น อยู่ในห้องอื่น
กรณีที่ 5: เมื่อเล่นเพลง (ข้อมูลเสียง) จากอุปกรณ์ Bluetooth ที่อยู่ในกล่องหรือเคส
กรณีที่ 6: เมื่อเล่นเพลง (ข้อมูลเสียง) สตรีมจากอินเตอร์เน็ต
กรณีที่ 7: เมื่อเล่นเพลงกับไฟล์ีที่มีขนาดใหญ่
กรณีที่ 8: เมื่อมีแอปพลิเคชันจำนวนมากกำลังทำงานพร้อมกันเมื่อใช้ฟังก์ชัน Bluetooth
ถ้าหากยังมีปัญหาอยู่อีก

 

 เหตุผล

 การแก้ปัญหา

กรณีที่ 1

เมื่อใช้อุปกรณ์ Bluetooth ใกล้กับเราท์เตอร์ Wi-Fi, เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล, เตาไมโครเวฟ, ตู้เย็น, ฯลฯ
เราท์เตอร์ Wi-Fi, เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล, เตาไมโครเวฟ, ตู้เย็น, ฯลฯ เป็นอุปกรณ์ที่ปล่อยคลื่นวิทยุออกมาได้.
อุปกรณ์ Bluetooth อาจจะได้รับผลกระทบจากคลื่นวิทยุเหล่านี้เมื่อใช้ในตำแหน่งที่มีการปนกันของคลื่นวิทยุหลายอัน.

รูปภาพประกอบ

กรุณาใช้อุปกรณ์ Bluetooth นั้นให้ห่างจาก เราท์เตอร์ Wi-Fi, เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล, เตาไมโครเวฟ, ตู้เย็น, ฯลฯ เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงการรบกวนกันของคลื่นวิทยุ.

ถ้าหากท่านใช้ชุดหูฟังที่มีฟังก์ชัน ยกเลิกเสียงนอยส์รบกวน (noise canceling), ให้ปิดฟังก์ชัน การยกเลิกเสียงนอยส์รบกวนนั้นไปก่อน.

กรณีที่ 2

เมื่อใช้อุปกรณ์ Bluetooth ในกระเป๋าเสื้อหรือกางเกง หรือกระเป๋าในระหว่างที่รับฟังเสียงออดิโอ.
นี่เป็นเพราะร่างกายของมนุษย์จะปิดกั้นเสาอากาศของ Bluetooth ของอุปกรณ์ Bluetooth นั้นและเป็นสิ่งกีดขวางการส่ังสัญญาณของ Bluetooth.

รูปภาพประกอบ

ให้เคลื่อนย้ายอุปกรณ์ Bluetooth ไปในตำแหน่งที่ไม่มีการกีดขวางการติดต่อสื่อสารของ Bluetooth เช่น ร่างกายมนุษย์ เมื่อใช้อุปกรณ์ Bluetooth ในกระเป่าเสื้อ/กางเกง หรือกระเป๋าสะพาย

กรณีที่ 3

เมื่อใช้อุปกรณ์ Bluetooth ใกล้กับอุปกรณ์ Bluetooth ตัวอื่น.
อุปกรณ์ Bluetooth อาจจะได้รับผลกระทบจากคลื่นวิทยุเหล่านี้เมื่อใช้ในตำแหน่งที่มีการปนกันของคลื่นวิทยุหลายอัน.

รูปภาพประกอบ

ให้ทำการปิดฟังก์่ชัน Bluetooth ของอุปกรณ์ Bluetooth อันอื่นไปก่อน.

กรณีที่ 4

เมื่อใช้อุปกรณ์นี้ห่างจากเครื่องเล่น เช่น อยู่ในห้องอื่น
การติดต่อสื่อสารของ Bluetooth จะค่อย ๆ เบาลงเมื่อตำแหน่งของหูฟัง/ลำโพง Bluetooth อยู่ห่างจากเครื่องเล่น Bluetooth.เมื่อใช้ หูฟัง/ลำโพง Bluetooth และเครื่องเล่น Bluetooth ในคนละห้องที่มีการปิดประตู, การติดต่อสื่อสารของ Bluetooth อาจจะอ่อนกำลังลงไป.

 

ให้นำหูฟัง/ลำโพง Bluetooth นั้นเข้ามาใกล้เครื่องเล่น Bluetooth ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้.

กรณีที่ 5

เมื่อเล่นเพลง (ข้อมูลเสียง) จากอุปกรณ์ Bluetooth ที่อยู่ในกล่องหรือเคส.
ถ้าหากกล่องหรือเคสป้องกันใช้วัสดุที่เป็นโลหะหรือที่มีความหนา, การติดต่อสื่อสารของ Bluetooth จะถูกรบกวนโดยวัตถุ/วัสดุเหล่านั้นได้ และสัญญาณจะอ่อนแรงลงไป.

ให้นำออกจากกล่องหรือเคสของเครื่องเล่น Bluetooth.

กรณีที่ 6

เมื่อเล่นเพลง (ข้อมูลเสียง) สตรีมจากอินเทอร์เน็ต.
เสียงจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ของการติดต่อสื่อสารของอินเทอร์เน็ต เนื่องจาก เพลง (ข้อมูลเสียง) ที่ถูกสตรีมมายังเครื่องเล่น Bluetooth จะถูกส่งต่อไปให้กับหูฟัง/ลำโพง Bluetooth อีกทีหนึ่ง. นอกจากนี้, เครื่องเล่นเพลง (ข้อมูลเสียง) ที่มีขนาดใหญ่จะมีผลกระทบต่อเสียงมากกว่าด้วย.

รูปภาพประกอบ

 

ให้ทำการเล่นคอนเทนท์ที่เป็นเสียงที่ดาวน์โหลดมาแทนการสตรีมจากอินเทอร์เน็ต.

 

 

รูปภาพประกอบ

กรณีที่ 7

เมื่อเล่นเพลงที่เป็นไฟล์ขนาดใหญ่ หรือเป็นฟอร์แมท High-Resolution audio .
ไฟล์จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อจะให้เล่นได้กับฟอร์แมท High-Resolution audio.
ไฟล์เพลงขนาดใหญ่อาจจะกระทบต่อการติดต่อสื่อสารของ Bluetooth ได้.

รูปภาพประกอบ

ให้เปลี่ยน การตั้งค่าของ Bluetooth audio streaming playback quality ของหูฟัง หรือลำโพง Bluetooth ของท่านไปเป็น Priority on stable connection.

 

รูปภาพประกอบ

กรณีที่ 8

เมื่อมีแอปพลิเคชันจำนวนมากทำงานอยู่พร้อมกันเมื่อใช้ฟังก์ชัน Bluetooth.

แอปอุปกรณ์

ให้ยกเลิกแอปที่ท่านไม่ได้ใช้ในอุปกรณ์นั้นเพื่อลดภาระการทำงานลงไป.

แอปอุปกรณ์

ถ้าหากปัญหายังคงมีอยู่ ให้ลองวิธีการแก้ปัญหาดังด้านล่างนี้:          

  1. ทำการรีสตาร์ท อุปกรณ์ ของท่านใหม่.          
  2. เชื่อมต่อ Bluetooth ใหม่.
  3. ถ้าหากท่านมีฟังก์ชัน Near Field Communication (NFC), ให้ใช้ตัวนี้ทำการเชื่อมต่อใหม่.  

      
หมายเหตุ:

  • สำหรับรายละเอียดในวิธีการใช้งาน ให้อ้างอิงกับคู่มือที่จัดมาให้พร้อมกับตัวเครื่อง.
  • ถ้าแบตเตอรี่ของอุปกรณ์ของท่านมีเหลืออยู่ในระดับที่ต่ำ ให้ทำการชาร์จแบตเตอรี่นั้นก่อน และจากนั้นให้ลองทำตามขั้นตอนข้างต้น.