หมายเลข ID หัวข้อ : 00202922 / ปรับปรุงครั้งล่าสุด : 09/10/2018

PUSH POWER / PROTECT / PROTECTOR กะพริบในช่องแสดงผลของอุปกรณ์โฮมออดิโอ.

ผลิตภัณฑ์และหมวดสินค้าที่ใช้ได้กับหัวข้อนี้

หมายเหตุ: ถ้าหากจำเป็นต้องใช้ข้อมูลเฉพาะรุ่นเพื่อทำขั้นตอนเหล่านี้ให้เสร็จสิ้น ให้อ้างอิงกับคู่มือการใช้งานที่จัดมาให้พร้อมกับตัวเครื่องนั้น.

ถ้าหากมีคำว่า่ PROTECT / PROTECTOR และPUSH POWER แสดงสลับกันในช่องแสดงผลของอุปกรณ์โฮมออดิโอของท่าน, หรือถ้ามีข้อความ PROTECT หรือ PROTECTOR แสดงขึ้นมา อาจจะมีปัญหาที่ลำโพงภายนอก หรือปัญหาการเชื่อมต่อ ซึ่งเป็นตัวทำให้วงจรป้องกันทำงาน. ทำตามขั้นตอนเหล่านี้เพื่อจัดการกับปัญหานี้:

หมายเหตุ: เนื่องจากแต่ละขั้นตอนเหล่านี้ จะแทนวิธีการแก้ปัญหาที่เป็นไปได้สำหรับปัญหานี้ ให้ตรวจเช็คดูสถานะของเครื่องรับ A/V นั้น หลังการทำในแต่ละขั้นตอนเสร็จสิ้นแล้ว.

  1. ถ้าหากมีตัวป้องกันไฟกระชากหรือมีการดับไปของไฟฟ้า ตัวป้องกันไฟกระชากในตัวอุปกรณ์โฮมออดิโอนั้นอาจจะทำงานเพื่อป้องกันอุปกรณ์จากไฟกระชาก. เรื่องนี้เป็นสิ่งปกติ. เพื่อทำการรีเซ็ตวงจะป้องกันไฟกระชากภายในนี้ ให้ถอดปลั๊กสายกำลังไฟ AC ออกจากฝาผนังให้นานอย่างน้อย 30 นาที.
     
  2. ตรวจสอบให้มั่นใจว่าด้านบนของอุปกรณ์โฮมออดิโอมีการถ่ายเทอากาศที่ดีเพื่อไม่ให้เกิดความร้อนสูงเกิน. การใช้งานอุปกรณ์โฮมออดิโอในกล่องที่มีการระบายอากาศไม่ดี อาจจะทำให้วงจรป้องกันนี้ทำงานได้.
     
  3. ลดระดับของโวลลุ่มให้ต่ำลง. ถ้าหากอิมพีแดนซ์ของลำโพงใด ๆต่ำกว่าช่วงของค่าระดับอิมพีแดนซ์ที่ระบุ ที่แสดงไว้ที่ด้านหลังของอุปกรณ์โฮมออดิโอที่อยู่ใกล้กับขั้วต่อของลำโพง อุปกรณ์โฮมออดิโอนั้นอาจจะเข้าโหมด PROTECT ได้. การเพิ่มระดับโวลลุ่มกับลำโพงที่มีค่าอิมพีแดนซ์ต่ำ จะทำให้วงจรป้องกันนี้ทำงานได้.

    หมายเหตุ:

    • ให้เปลี่ยนลำโพงที่มีค่าอิมพีแดนซ์ต่ำ(อยู่นอกค่าสเปค) ด้วยอันที่มีค่าอิมพีแดนซ์ที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันเรื่องนี้ไม่ให้เกิดขึ้น.
    • ถ้าหากท่านยังคงใช้ลำโพงที่มีค่าอิมพีแดนซ์ต่ำ(อยู่นอกค่าสเปค) และเปิดการทำงานของ Auto Calibration, ให้ตรวจเช็ค SPEAKER SETUP ของท่าน และ LEVEL ของลำโพงแต่ละตัวเพื่อลดLEVEL ของลำโพงใด ๆด้วยค่าเกนด้านบวกให้เป็น 0.0dB หรือต่ำกว่า.
       
  4. เพื่อทำการแยกแยะปัญหานี้ ให้ทำดังต่อไปนี้:
    1. ปิดอุปกรณ์โฮมออดิโอลงไป และถอดสายลำโพงทั้งหมดออกจากด้านหลัง. จากนั้นให้เปิดอุปกรณ์นั้นขึ้นมา และตรวจเช็คดูว่าปัญหาได้รับการแก้ไขไปหรือไม่. ถ้าหากยังคงมีปัญหาเดิมอยู่, ให้ทำการปิดอุปกรณ์อีกครั้งและให้พักเครื่องไว้อย่างน้อย 30 นาที ก่อนที่จะทำการเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่อีกครั้ง.
    2. ตรวจสอบดูสายของลำโพง. ถ้าหากสายไฟมีการหลุดลุ่ย หรือแตะกับขั้วต่ออันอื่น ความผิดพลาดนี้จะเกิดขึ้น. ให้แก้ไขการเชื่อมต่อเพื่อป้องกันการลัดวงจร.
    3. ตรวจสอบให้ั่มั่นใจว่าค่าอิมพีแดนซ์ของลำโพงอยู่ในช่วงค่าที่แนะนำไว้ ถ้าหากค่าอิมพีแดนซ์นี้ไม่ถูกต้อง เสียงจะไม่ออกมาอย่างถูกต้องและลำโพงนั้นอาจจะเสียหายได้. ถ้าหากลำโพงต่าง ๆอยู่ในช่วงค่าอิมพีแดนซ์ที่แนะนำแล้ว ให้่ตรวจเช็คดูการเชื่อมต่อ. ถ้าหากลำโพงที่กำลังใช้อยู่นั้นอยู่ในช่วงที่เหมาะสมและยังคงไม่ทำงาน, อาจจะมีความผิดปกติหรือมีข้อบกพร่องบางอย่างในลำโพงต่าง ๆนั้น. ทดสอบโดยการใช้ลำโพงชุดที่แตกต่างออกไปดู ถ้ามีอยู่.

ถ้าหากปัญหายังคงไม่สามารถแก้ไขได้ อาจจะต้องขอรับ บริการตรวจซ่อม แล้ว.