หมายเลข ID หัวข้อ : 00151544 / ปรับปรุงครั้งล่าสุด : 28/07/2020

ไม่มีเสียงเมื่อใช้ทีวี หรือ ระบบเสียง (เช่น เครื่องรับ AV หรือ Sound Bar) ที่มี ฟีเจอร์ ARC/eARC

    วิธีแก้ปัญหานี้ออกแบบมาเพื่อให้ความช่วยเหลือเมื่อฟีเจอร์ARC/eARCไม่ทำงานและโดยที่ทั้งทีวีและระบบออดิโอต่างก็ใช้งานได้กับ ฟีเจอร์นี้

    ข้อสำคัญ: ถ้าต้องการใช้ ฟีเจอร์ ARC/eARC นี้ ทั้งทีวีและ ระบบเสียงจะต้องรองรับ ARC/eARC ได้ ถ้าหากมี ผลิตภัณฑ์หนึ่งไม่รองรับ ARC/eARC จะต้องใช้วิธีการเชื่อมต่อด้วยสายออปติคอลออดิโอ หรือ สายเคเบิลเสียง สำหรับรายละเอียดต่างๆ ให้อ้างอิงกับหัวข้อวิธีการฟังเสียงทีวีจากลำโพงของ เครื่องรับ สเตอริโอหรือ ระบบโฮมเธียเตอร์

    เพื่อแก้ปัญหานี้ ให้ตรวจเช็คกับข้อเสนอแนะเหล่านี้

    หมายเหตุ: ถ้าต้องใช้ข้อมูลเฉพาะรุ่นเพื่อในการทำขั้นตอนเหล่านี้ให้สำเร็จ หรือถ้าต้องการดูว่า ผลิตภัณฑ์ของท่านรองรับฟีเจอร์  ARC/eARC นี้หรือไม่ ให้อ้างอิงกับคู่มือที่ให้มากับผลิตภัณฑ์นั้น

    • ทั้งทีวีและ ระบบเสียงจะต้องมี ซอฟต์แวร์ตัวล่าสุดติดตั้งไว้

    • ต้องมั่นใจว่าตัวเลือกControl for HDMIของเครื่องทั้งสองต่างก็ตั้งไว้ที่Onในเมนูระบบ
      หมายเหตุ: ถ้าทีวีของท่านเป็น Bravia ให้ตั้ง ตัวเลือก  BRAVIA Sync ไปที่ On

    • ใน การตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับ HDMI ของ ระบบเสียง ให้ตั้งAudio Return Channel (ARC) หรือTV Audio Input Modeไปเป็นOnหรือAuto
      หมายเหตุ: ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ที่ใช้ ชื่อของการตั้งค่าอาจจะแตกต่างกันไป หรืออาจจะไม่มีเลยก็ได้

    • ตรวจสอบให้มั่นใจว่าได้ใช้สาย HDMI ความเร็วสูงและต่ออย่างแน่นหนาเข้ากับ พอร์ต HDMI ที่มีป้าย ARC หรือ eARC/ARC ในทั้งสอง ผลิตภัณฑ์ และในด้านของระบบเสียง ให้เชื่อมต่อสาย HDMI เข้ากับขั้วต่อ HDMI output
      หมายเหตุ: ในทีวีบางเครื่อง ที่มีอินพุต HDMI หลายอินพุต ฟีเจอร์ARC/eARC นี้จะรองรับได้เพียงอินพุตเดียวเท่านั้น ในบางกรณี อินพุตจะมีตัวอักษร  ARC หรือ eARC/ARCกำกับอยู่

    ถ้าหากปัญหายังคงมีอยู่ แม้ว่าจะตามขั้นตอนข้างต้นทั้งหมดแล้ว ให้ทำตามขั้นตอนการแก้ปัญหาเพิ่มเติมเหล่านี้:

    1. ปลดสาย HDMI ออกจากทีวีและ ระบบเสียง และจากนั้นเชื่อมต่อกลับเข้าไปใหม่

    2. ในทีวี ให้เปลี่ยน การตั้งค่าของ เอาต์พุตเสียงปลายทางจากTV Speakersไปเป็นAudio System
      หมายเหตุ: การเชื่อมต่อทีวีและระบบเสียงด้วยสายอย่างเดียว จะไม่มีเสียงออกมาจากระบบเสียงนั้น

    3. กดที่ปุ่มINPUTหรือปุ่มTVที่ตัวรีโมทคอนโทรลของระบบเสียง เพื่อทำการสลับอินพุตไปที่ทีวี

    4. เปิดทีวี และ ระบบเสียงขึ้นมาตามลำดับต่อไปนี้: เปิดทีวีก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงเปิดระบบเสียง

    5. เปลี่ยน การตั้งค่าDigital Audio Outputของทีวีไปเป็นPCM ถ้าหาก ระบบเสียงที่เชื่อมต่อกับทีวี ไม่รองรับ เสียงที่มีการบีบอัดมาเช่นDTSหรือDolby Digitalขึ้นอยู่กับชนิดของการ ออกอากาศหรือ วีดีโอ สัญญาณเสียงอาจจะไม่มีออกมา
      หมายเหตุ: สำหรับ Android TV™ ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อทำการเปลี่ยนการตั้งค่าของDigital Audio Outputไปเป็นPCM:

      1. กดที่ปุ่มHOMEบนตัวรีโมทคอนโทรล
      2. เลือกที่   Settings
      3. เลือกที่Sound Display & Soundหรือ BRAVIA Settings
      4. เลือกที่Audio Output
        หมายเหตุ: ถ้าหากAudio Output ไม่มีแสดงออกมา ให้ข้ามขั้นตอนนี้ไป
      5. เลือกที่Digital audio outจากนั้นตั้งไปที่PCM
    6. สำหรับ Android TV ทำตามขั้นตอนของClear DataหรือClear Cache
      หมายเหตุ: สำหรับรายละเอียด ให้อ้างอิงกับหัวข้อวิธีทำการ Clear Data และ Clear Cache สำหรับแอป

    7. ดำเนินการเพาเวอร์รีเซ็ต ให้กับทีวี และระบบออดิโอ ดังต่อไปนี้:

      1. ปิด ทีวี และระบบออดิโอ
      2. ถอดสายไฟ (สายไฟหลัก) และสาย HDMI ออกจากทั้งของทีวีและระบบเสียง ปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีการเชื่อมต่อนานประมาณหนึ่งนาที
      3. เชื่อมต่อสาย HDMI เข้าไปใหม่กับ อินพุต ARC หรือ eARC/ARC HDMI ของทีวีและ เอาต์พุต ARC หรือ eARC/ARC HDMI ของ ระบบเสียง
      4. เชื่อมต่อสายไฟของทั้งทีวีและ ระบบเสียง และเปิดเพาเวอร์ของทั้งสองเครื่องขึ้นมา
    8. ปลด อุปกรณ์ภายนอกของบริษัทอื่นออกเช่น กล่องรับสัญญาณเคเบิล เครื่องรับสัญญาณดาวเทียม หรือเกมคอนโซล และทำตามขั้นตอนการแก้ปัญหา ด้วย ระบบเสียง (Soundbar, Home Theater หรือ A/V Receiver) ที่เชื่อมต่อกับทีวีนั้น
      หมายเหตุ: อุปกรณ์ของบริษัทอื่น อาจจะทำให้ ฟังก์ชันของControl for HDMIหรือ BRAVIA Syncของทีวี และ อุปกรณ์เสียงหยุดทำงานได้