รุ่นเครื่องที่ใช้ได้

ข้อมูลนี้ใช้สำหรับเครื่องรุ่นที่ใช้ TPM ของ Infineon.

  • SVP11217PGB
  • SVP11217PGS
  • SVP11217PWB
  • SVP1121ZPGR
  • SVP1121ZPWR
  • SVP11229PGB
  • SVP13216PGB
  • SVP13217PHB
  • SVP13218PAB
  • SVP13218PGB
  • SVP13218PKB
  • SVP13218PWB
  • SVP13218PWS
  • SVP13219PGB
  • SVP13219PKB
  • SVP1321FPGB
  • SVP1321FPGS
  • SVP1321XPNB
  • SVP1321ZPGR
  • SVP1321ZPKR
  • SVP1321ZPWR
  • SVP13227PHB
  • SVP13229PGB
  • SVP13229PGS
  • SVP13229PWB
  • SVP13229PWS
  • SVP1322FPGB
  • SVP1322XPKB

เกี่ยวกับการดาวน์โหลดนี้

ข้อดีและการปรับปรุงต่าง ๆ

  • การลดปัญหาช่องโหว่ของ Infineon TPM

ข้อสำคัญ:

  • การอัปเดตนี้มีการทำงานที่ซับซ้อน. ทำตามขั้นตอนนี้อย่างถูกต้อง, ไม่เช่นนั้นเครื่องพีซีนี้อาจจะไม่สามารถใช้งานได้อีก.
  • การอัปเดตนี้จะล้มเหลว ถ้าหากแหล่งจ่ายกำลังไฟมีการปิดลงไปอย่างไม่คาดฝันในระหว่างการอัปเดต.
    ให้เชื่อมต่อตัว AC adapter และห้ามปิดเครื่องพีซีนี้ในระหว่างการอัปเดต.

การเตรียมพร้อม

การตรวจเช็คเวอร์ชั่นของเฟิร์มแวร์

ทำตามขั้นตอนเหล่านี้เพื่อตรวจเช็คดูเวอร์ชันของเฟิร์มแวร์ที่ติดตั้งอยู่ในปัจจุบันของ TPM นี้:

  1. กดค้างที่คีย์ [Windows] และกดที่คีย์ [R]. กรอบไดอะล็อก “Run” จะเปิดขึ้นมา.
  2. ในกรอบไดอะล็อก “Run”ให้ป้อนข้อความ “tpm.msc” เข้าไปและเลือกที่ “OK”.
  3. ตรวจเช็คดูว่าชื่อผู้ผลิต (Manufacturer Name) คือ "IFX" และเวอร์ั่ชันของผู้ผลิต(Manufacturer Version)คือ "4.31" หรือ "4.32".

  4. เฉพาะเครื่องรุ่นที่มีเวอร์ชันข้างต้นนี้เท่านั้นที่จะเป็นเป้าหมายของการอัปเดตนี้.

รายละเอียดของไฟล์

ชื่อไฟล์

  • EP0000605011.exe

เวอร์ชันของไฟล์

  • 4.34

ขนาดของไฟล์

  • 7,116,768 ไบต์

ออกเมื่อวันที่

  • 02-08-2018

ข้อกำหนดต่าง ๆ ของระบบ

ระบบปฏิบัติการ

เวอร์ชันล่าสุดของตัวอัปเดตซอฟต์แวร์ระบบนี้จะใช้งานได้กับ Microsoft Windows เวอร์ชันที่ส่วนใหญ่ใช้กันทั่วไป:

  • Windows 10 (64 บิต)
ข้อสำคัญ: รุ่นที่อัปเกรดไปเป็น Windows 10 ก็อยู่ในเป้าหมายของการอัปเดตนี้ด้วยเช่นกัน.

ดาวน์โหลด

ข้อสังเกตที่สำคัญ

  • เมื่อท่านจะทำการอัปเดต ตัว TPM นี้จะต้องมีการเปิดการทำงานไว้.
    ถ้าหากท่านไม่ได้ใช้ TPM ในตอนนี้ ให้ทำการอัปเดตเมื่อท่านจะใช้งาน.
  • เมื่อท่านจะทำการอัปเดต, ท่านจะต้องมีสิทธิ์ของแอดมินอยู่.
  • ทำการแบ็คอัปข้อมูลของท่าน.
  • เมื่อทำการอัปเดตเฟิร์มแวร์ของ TPM , ข้อมูลใน TPM จะหายไป.
  • ถ้าหากท่านใช้แอปพลิเคชันใด ๆ ที่ใช้ TPM, ให้ทำตามคำสั่งต่าง ๆ ของแอปพลิเคชันนั้น.
  • ถ้าหากท่านใช้ Virtual Smart Card กับ TPM, ข้อมูลของ Virtual Smart Card จะหายไป.
  • ถ้าหากท่านใช้ PIN ของ Windows กับ TPM, ท่านจะไม่สามารถใช้ PIN ที่ท่่านกำลังใช้อยู่ในปัจจุบันหลังการอัปเดตได้.
  • ถ้าหากท่านได้ตั้งการลงชื่อเข้าใช้งานให้กับ PIN, กรุณาทำการเปลี่ยนการตั้งค่านั้น ให้ท่านสามารถทำการลงชื่อเข้าใช้งานได้โดยไม่ใช้ PIN แทน.

ก่อนที่ท่านจะทำการอัปเกรด

  • ออกจากแอปพลิเคชันอื่น ๆทั้งหมด.
  • เชื่อมต่อตัว AC adaptor.
  • Suspend หรือปิด BitLocker.

ข้อมูล

วิธีการ Suspend หรือปิด BitLocker
เลือกที่ "Suspend protection" หรือ "Trun off BitLocker" จาก Manage BitLocker.
ทำตามขั้นตอนเหล่านี้ เพื่อแสดงหน้าจอ Bitlocker management.
  • Settings -> ป้อนคำว่า"Manage BitLocker" ในการค้นหา.
  • File Explorer -> This PC -> คลิกขวาที่ Local Disk (C:) และเลือกที่ Manage BitLocker.
เมื่อท่านทำการรีสตาร์ทระบบ การป้องกันจะกลับมาทำงาน.
ถ้าหากระบบมีการรีสตาร์ทก่อนการเรียกใช้เครื่องมือสำหรับการอัปเดต ให้ทำการ, Suspend BitLocker อีกครั้ง.
วิธีการเคลียร์ TPM
  1. กดค้างที่คีย์ [Windows] และกดที่คีย์ [R]. กรอบไดอะล็อก “Run” จะเปิดขึ้นมา.
  2. ในกรอบไดอะล็อก “Run”ให้ป้อนข้อความ “tpm.msc” เข้าไปและเลือกที่ “OK”.
  3. เลือกที่ “Clear TPM”.
  4. ระบบจะทำการรีสตาร์ท และแสดงข้อความ "TPM configuration change was required to State : Clear".
    เลือกที่ “Execute”.

ติดตั้ง

ขั้นตอนที่ 1: ติดตั้งตัวอัปเดต

  1. ดาวน์โหลดไฟล EP0000******.exe และเก็บบันทึกไว้ในโฟลเดอร์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน.
  2. เรียกการทำงานของ EP0000******.exe. เลือกโฟลเดอร์เป้าหมายเพื่อทำการขยายออกมา.

ขั้นตอนที่ 2 : ทำการ ตั้งค่าล่วงหน้า(pre-configuration)สำหรับการอัปเดต

เรียกใช้งาน "Save.bat" ภายในโฟลเดอร์ที่ขยายออกมา โดยใช้ชื่อแอดมิน.
  1. คลิกขวาที่ "Save.bat" และเลือกที่ "Run as administrator".
    ถ้าหากมีไดอะล็อกของ User Account Control แสดงขึ้นมาให้เลือกที่ "Yes".
  2. ตรวจสอบว่ามีหน้าต่างเปิดขึ้นมา และมี "Success to set the registry" แสดงขึ้นมา.
  3. กดที่คีย์ใด ๆ เพื่อปิดหน้าต่างนี้.

ขั้นตอนที่ 3: เคลียร์ TPM และตรวจสอบการเตรียมพร้อม

  1. เคลียร์ TPM. (ดูที่"วิธีการเคลียร์ TPM).
    ถ้าหาก BitLocker มีการเปิดไว้ , Suspend หรือปิด BitLocker. ก่อนการเคลียร์ TPM.
    ระบบจะทำการรีสตาร์ท. ให้รอให้การรีสตาร์ทให้เสร็จสิ้น.
  2. ตรวจสอบว่าตัว AC adaptor มีการเชื่อมต่ออยู่ และ BitLocker ถูก Suspend หรือปิดไว้แล้ว.

ขั้นตอนที่ 4: เรียกการทำงานของเครื่องมือสำหรับอัปเดต และ Update procedure

  1. เรียกการทำงานของ "IFXTPMUpdate_TPM12_r0103.exe" ภายในโฟลเดอร์ที่ขยายออกมา.
  2. ถ้าหากมีไดอะล็อกของ User Account Control แสดงขึ้นมาให้เลือกที่ "Yes".
  3. เลือกใส่เครื่องหมายที่"Accept the terms of this license agreement", และเลือกที่ "Next".
  4. เมื่อสภาวะทั้งหมดเป็นไปตามที่กำหนดแล้ว ท่านสามารถเลือกจะที่"Next"ได้.
    เลือกที่ "Next".

    หมายเหตุ: รูปแบบของความผิดพลาด
    A)ตัว TPM นี้ไม่ได้เป็นเป้าหมายของการอัปเดต.
    ไม่มีความจำเป็นต้องทำการอัปเดตอีก.

    B) ตัว AC adaptor ไม่ได้เชื่อมต่อ.
    เชื่อมต่อตัว AC adaptor เข้าไปและเลือกที่ "Refresh”

    C) BitLocker ยังคงเปิดใช้งานอยู่.
    Suspend หรือปิด BitLocker และเลือกที่ "Refresh".

    D) TPM นี้ได้รับการอัปเดตเรียบร้อยแล้ว.
    ไม่มีความจำเป็นต้องทำการอัปเดตอีก.

    E) ต้องมีการใส่รหัสผ่านของเจ้าของ.
    ถ้าหากท่านทราบรหัสผ่านของเจ้าของ ให้ใส่รหัสผ่านนั้นเข้าไป.
    ถ้าหากท่านมีไฟล์รหัสผ่านของเจ้าของ ให้ระบุไฟล์รหัสผ่านนั้น.
    ถ้าหากไม่มีอะไรเลย ท่านจำเป็นต้องเคลียร์ TPM นั้น. เพื่อออกจากเครื่องมือนี้ ให้เลือกที่ "Cancel".
    ในการเคลียร์ TPM, ให้ดูที่ "วิธีการเคลียร์ TPM"
    เริ่มทำใหม่จาก“ขั้นตอนที่ 3: เคลียร์ TPM และตรวจสอบการเตรียมพร้อม

  5. เลือกที่ "Update".
    ข้อสำคัญ:
    ห้ามทำการ Suspend hibernation, ีรีสตาร์ท หรือชัตดาวน์ระบบ.

  6. รอเพื่อให้การอัปเดตเสร็จสิ้น.
  7. เมื่อมีหน้าจอนี้แสดงขึ้นมา แสดงว่าการอัปเดตเสร็จสิ้นแล้ว.
    เลือกเพื่อใส่เครื่องหมายที่"Restart computer" และเลือกที่ "Close".
    ระบบจะทำการรีสตาร์ท.

ขั้นตอนที่ 5: คืนสภาพการตั้งค่าที่เปลี่ยนแปลงไป

เรียกใช้งาน "Restore.bat" ภายในโฟลเดอร์ที่ขยายออกมา โดยใช้ชื่อของแอดมิน.
  1. คลิกขวาที่ "Restore.bat" และเลือกที่ "Run as administrator".
    ถ้าหากมีไดอะล็อกของ User Account Control แสดงขึ้นมาให้เลือกที่ "Yes".
  2. ตรวจสอบว่ามีหน้าต่างเปิดขึ้นมา และมี "Success to restore the registry" แสดงขึ้นมา.
  3. กดที่คีย์ใด ๆ เพื่อปิดหน้าต่างนี้.

ขั้นตอนที่ 6: ตรวจเช็คดูว่าการอัปเดตทำได้สำเร็จหรือไม่

หลังการอัปเดต กรุณาทำการตรวจสอบดูเวอร์ชันใหม่ว่าได้มีการติดตั้งสำเร็จแล้วหรือไม่ โดยทำตามขั้นตอนในส่วนของ [การตรวจเช็คดูเวอร์ชันของเฟิร์มแวร์].
ถ้าหากเวอร์ชันของผู้ผลิต(Manufacturer version)แสดงเป็น “4.34”, แสดงว่าการอัปเกรดนี้ทำได้สำเร็จแล้ว.