ลงลึกเรื่องราวของ Alpha Universe
วิถีการถ่ายทำวิดีโอจาก Sony
Alpha 7S III: ประสบการณ์ถ่ายทำวิดีโอแบบฟูลเฟรมชั้นยอด 

ไม่ว่าคุณจะถ่ายทำด้วยตัวคนเดียวหรือมีทีมงานฝ่ายผลิต ก็มาค้นพบได้เลยว่ากล้อง Alpha 7S III เหมาะกับการสร้างสรรค์วิดีโอของคุณในทุกแง่มุมได้อย่างไร 

ฟีเจอร์การถ่ายวิดีโอระดับมืออาชีพ

ภาพยนตร์ที่ทรงพลังเรื่องนี้ถ่ายทำโดย Den Lennie ซึ่งกล้อง Alpha 7S III ได้แสดงให้เห็นศักยภาพชั้นยอดด้วยการจับภาพคนเล่นเซิร์ฟด้วยความหลงใหลบริเวณชายฝั่ง Sunshine Coast อันสวยงามของออสเตรเลีย กล้อง Alpha 7S III มีช่วงการรับแสงกว้างถึง 15 สต็อป ช่วยป้องกันไม่ให้สีแตกขณะที่อาจต้องมีการตัดต่อภาพ กล้องสามารถจับภาพได้ทุกระดับสีตลอดการถ่ายทำไปจนถึงฉากที่สำคัญ ดังนั้นจึงสามารถไล่ระดับสีเพื่อให้ภาพที่น่าพอใจยิ่งขึ้นได้ง่ายๆ   

ถ่ายทำที่ความละเอียดระดับ 4K ที่ 120p หรือความละเอียด HD สูงสุด 240p เพื่อรังสรรค์วิดีโอสโลว์โมชันในฉากละคร

สามารถถ่ายทำที่ความละเอียด 4K ที่ 120p หรือความละเอียด HD สูงสุด 240p จึงสามารถรังสรรค์วิดีโอสโลว์โมชันอันน่าทึ่งเพื่อเน้นความโดดเด่นของความงามได้ในทุกช่วงเวลา กล้อง Alpha 7S III มีเซนเซอร์ 12.1MP ที่ให้พิกเซลขนาดใหญ่จึงทำให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกช็อตที่ถ่ายมีความคมชัดและไร้ภาพแบบโมเสกที่ไม่ราบเรียบ ทุกฉากที่ได้จะมีความคมชัดแม้อยู่ในสภาวะแสงน้อย  

กล้อง Alpha 7S III มีเซนเซอร์ 12.1MP ที่ให้พิกเซลขนาดใหญ่ ทำให้ทุกภาพถ่ายคมชัดและเต็มไปด้วยรายละเอียด

ฉากด้านบนมีแสงส่องด้านหลังโดยมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เป็นจำนวนมาก เช่น พื้นผิวราวกับกระดาษทิชชู่ผืนละเอียดบนแถบต้นไม้ในลำคลอง ในการจับภาพให้ได้รายละเอียดทั้งหมดนั้นและเพื่อให้ได้ภาพที่เขาต้องการ Den จึงต้องตั้งกล้องกับเครื่องรางเลื่อนที่เคลื่อนที่ช้าที่สุดที่ 120 เฟรมต่อวินาที เนื่องจากตัวแบบเดินข้ามลำคลอง เขาจึงถ่ายฉากดังกล่าวที่ 600 เมกะบิตและถ่ายในเฟรมภาพนิ่งทั้งหมด ซึ่งทำให้ปรับระดับได้ง่ายขึ้นเพราะเขายังคงสามารถดึงเอาคีย์สำคัญออกมาจากใบไม้สีเขียวแล้วปรับสีสันเฉพาะรวมถึงเงาได้ เป็นตัวอย่างชั้นยอดของกล้องที่มีศักยภาพเต็มรูปแบบ 

ถ่ายภาพได้คมชัดเพียงใช้ ISO 500 ในโหมด S-Log 3

นอกจากนี้ Den ยังได้ขยายศักยภาพในการทำงานของเขาเองและของกล้อง Alpha 7S III โดยการถ่ายทำในฉากที่ท้าทายอย่างเช่นฉากที่มีแสงน้อยมาก เขาต้องการทำให้ภาพชัดเจนที่สุด เขาจึงถ่ายภาพโดยใช้ ISO ต่ำสุด การใช้กล้อง Alpha 7S III และเลนส์ G Master ที่ทำงานได้เร็วมากของ Sony ทำให้เขาสามารถถ่ายภาพได้คมและชัดเจนที่ ISO 500 ในโหมด S-Log 3  

เขาอธิบายว่า “ผมไม่เคยใช้สมดุลแสงขาวเลย ผมถ่ายภาพแร่ทังสเตนเมื่ออยู่ภายในอาคารหรือถ่ายภาพแสงแดดยามเช้าเมื่ออยู่ภายนอกอาคาร ผมชอบทำแบบนั้น จึงรู้ดีว่าภาพแต่ละภาพที่ผมถ่ายมีอุณหภูมิสีที่ 5,600K นั่นหมายความว่าผมมีเกณฑ์พื้นฐานเมื่อต้องไล่ระดับสีของการถ่ายภาพ” 

กล้อง Alpha 7S III สามารถถ่ายทำวิดีโอได้สูงสุด 10 บิต 4:2:2 ภายใน หมายความว่ากล้องจะถ่ายทำฟุตเทจได้ชัดเจนกว่ามาก สีที่บริเวณขอบวิดีโอก็จะชัดเจนสดใสกว่า และยังสามารถถ่ายทำฉากต่างๆ มากมายในสภาวะแสงที่แตกต่างกันได้อย่างไร้กังวล กล้อง Alpha 7S III ผลิตฟุตเทจคุณภาพสูงสุด เหมาะสำหรับการถ่ายทำที่มีฉากหลังเป็นกรีนสกรีน 

กล้องบันทึกวิดีโอระดับมืออาชีพที่ให้ความราบรื่นในทุกขั้นตอนการทำงาน

กล้อง Alpha 7S III ได้รับการออกแบบให้ใช้ได้กับทุกเลนส์แบบ “One Mount” จึงมีความยืดหยุ่นในการใช้งานอย่างน่าเหลือเชื่อ เพราะทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับกลุ่มเลนส์ 57 E-mount ทุกตัวของ Sony สามารถอัปเกรด สับเปลี่ยน และใช้เลนส์ร่วมกับกล้องบันทึกวิดีโอระดับมืออาชีพตัวอื่นๆ ของ Sony เพื่อให้การผลิตผลงานมีความรวดเร็ว คุ้มค่า และง่ายดาย

นอกจากนี้กล้อง Alpha 7S III ยังมีวิทยาการสีที่ปรับปรุงดีขึ้น สามารถทำงานร่วมกับเซนเซอร์เพื่อผลิตผลงานที่มีสีสันสมจริง โดยเฉพาะสีผิว ได้รับการออกแบบมาให้มีช่วงกว้างสีแบบ S-Gamut3/S-Gamut3 cine กล้องตัวนี้จึงใช้งานร่วมกับกล้องบันทึกวิดีโอแบบมืออาชีพได้เป็นอย่างดี เสริมพลังด้วยผลลัพธ์ภาพแบบ 16 บิต ไฟล์ RAW พร้อมสายเชื่อมต่อ HDMI ทำให้ขั้นตอนหลังการผลิตง่ายขึ้นและลดขั้นตอนที่ยุ่งยากลง 

สำหรับภาพนี้ Den ถ่ายทำที่ H.265, 10 บิต 422 ซึ่งทำให้ขั้นตอนการตัดต่อเป็นไปอย่างง่ายดายที่สุด Den เน้นย้ำว่าในฐานะเป็นผู้ผลิตภาพยนตร์ที่ไม่ได้ใช้เทคนิคใด กล้องจะต้องทำงานหนักมากในเบื้องหลัง ดังนั้นสิ่งที่คุณต้องทำก็คือเลือกฉากที่คิดว่าดูดี และที่เหลือกล้องจะแสดงศักยภาพเอง  

กล้อง Alpha 7S III ช่วยให้ตั้งค่าได้ง่ายๆ แม้ทำงานเพียงคนเดียว
จัดสรรทีมงานและต้นทุนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ

“ผมชอบทำงานกับคนแค่ 1-2 คนไม่เกินนี้...การใช้อุปกรณ์น้อยชิ้น ทำให้ผมคล่องตัวขึ้น” 

   กล้อง Alpha 7S III รังสรรค์วิดีโอคุณภาพสูงในเครื่องที่แสนกะทัดรัดที่ช่วยให้ตั้งค่าได้ง่ายๆ แม้เพียงคนเดียวโดยไม่ต้องใช้การเชื่อมต่อหรืออุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม กล้องมีระบบโฟกัสอัตโนมัติระดับชั้นนำในอุตสาหกรรมจาก Sony และช่วยให้คุณจัดการระบบโฟกัสแบบเรียลไทม์หรือแบบสัมผัสได้ง่ายๆ ด้วยเหตุนี้จึงลดปริมาณคนทำงานและช่วยให้จดจ่ออยู่กับงานได้ดี

   ในสภาพแวดล้อมที่คุณไม่สามารถควบคุมแสงได้จริงๆ “คุณจะต้องใช้กล้องที่สามารถทำงานแทนคุณได้” Den อธิบาย กล้อง Alpha 7S III ที่มีความไวแสงสูงและมีประสิทธิภาพในสภาวะแสงน้อยที่ดีขึ้น พร้อมระบบควบคุมจุดรบกวนที่ดีขึ้นที่ ISO สูงสุดถึง 409,600 จึงทำงานง่ายโดยใช้แสงน้อยหรือแม้ว่าจะไม่มีอุปกรณ์เพิ่มแสงก็ตาม ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดหรือถ่ายทำฉากใดในทุกช่วงเวลาของวัน  

กล้อง Alpha 7S III สามารถระบายความร้อนได้ดีขึ้น 5 เท่าและไม่มีการจำกัดเวลาถ่ายทำ
ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้แสดงประสิทธิภาพ 

“เราถ่ายทำประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งในวันแรก เราเปิดกล้องตลอดโดยไม่ใช้หน้าจอ LCD และเชื่อมต่อกับจอมอนิเตอร์ภายนอก หรือใช้ช่องมองภาพ EVF เครื่องก็ยังไม่ร้อน และไม่มีปัญหาอะไรเลย”

  กล้อง Alpha 7S III มีระบบการจัดการความร้อนที่ได้รับการออกแบบใหม่ จึงสามารถระบายความร้อนได้ดีขึ้นกว่าเดิม 5 เท่า แถมไม่มีการจำกัดเวลาบันทึกวิดีโอ แม้ว่าจะถ่ายทำภายในอาคารที่มีโอกาสเกิดความร้อนได้สูงกว่า กล้องก็ยังใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยม

    แบตเตอรี่ NP-FZ100 ของ Sony อันทรงพลังและมีความจุสูง ใช้ได้นานเป็นชั่วโมงแม้ต้องถ่ายทำต่อเนื่องที่ความละเอียด 4K 60p นอกจากนี้กล้องยังสามารถจัดการการ์ดหน่วยความจำ CF-Express สองตัวได้พร้อมกัน ซึ่งรองรับไฟล์ขนาดใหญ่และสามารถถ่ายทำได้อย่างต่อเนื่องยาวนานที่ความละเอียด 4K 120p ดังนั้นคุณจึงสนุกไปกับการถ่ายทำที่ราบรื่นและไม่ติดขัดตลอดงาน  

เลนส์โปรดของ Den 

“ผมต้องการได้ผลลัพธ์คุณภาพสูงสุดและดีที่สุดเสมอเท่าที่จะผลิตได้โดยไม่ต้องทำการปรับแต่งอะไรมากมายในขั้นตอนหลังการผลิต ผมไม่ต้องการให้การถ่ายทำของผมมีข้อบกพร่องแม้แต่น้อย”

เมื่อพูดถึงเลนส์ เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างสูงสุดและมีความละเอียดสูงสุดถือเป็นอุปกรณ์ชิ้นโปรดของ Den นอกจากจะทำให้เขาสามารถสร้างสรรค์งานได้อย่างยืดหยุ่นน่าเหลือเชื่อแล้ว ยังสามารถจับภาพรายละเอียดได้อย่างประณีตชัดเจนได้สบายๆ Den บอกว่าเลนส์ G Master (GM) ของ Sony เป็นส่วนเติมเต็มกล้อง Alpha 7S III ได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ในขณะถ่ายทำฉากที่ท้าทายที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้ 

เลนส์ G Master (GM) ของ Sony เติมเต็มศักยภาพของกล้อง Alpha 7S III ได้อย่างยอดเยี่ยม

สำหรับการถ่ายภาพฉากนี้ Den ถ่ายภาพในสภาพแวดล้อมที่คับแคบและมีแสงที่จำกัดมาก เขาต้องการให้มีแสงและรายละเอียดพื้นผิวมากที่สุดเพื่อให้เข้ากับเฟรมภาพ เขาจึงเลือกเลนส์ FE 12-24mm F2.8 GM (SEL1224GM) ของ Sony ซึ่งมีรูรับแสง F2.8 ที่ช่วยให้แสงเข้ามายังเซนเซอร์ในปริมาณมากท้้งยังคงความคมชัดในทุกขอบมุมและมีความบิดเบือนน้อยที่สุด  

เลนส์ SEL1224GM ช่วยรับแสงเข้ามาในเซนเซอร์ปริมาณมาก พร้อมกับคงความคมชัดในทุกขอบมุมและมีความบิดเบือนน้อยที่สุด

เขาทราบดีว่าการถ่ายภาพที่มีแสงอาทิตย์ส่องมาโดยตรงเป็นความท้าทายซึ่งจะทำให้เลนส์จำนวนมากมีแสงแฟลร์ที่ไม่พึงประสงค์ แต่เนื่องจากเลนส์ SEL1224GM มีการเคลือบ Nano AR II ที่ช่วยป้องกันการเกิดแสงแฟลร์และภาพหลอน ซึ่งใช้งานได้เป็นอย่างดีกับกล้อง Alpha 7S III ที่มีช่วงการรับแสง 15 สต็อปเพื่อสร้างสรรค์ภาพที่เขาต้องการ

เลนส์ SEL1635GM เป็นเลนส์อเนกประสงค์ที่ให้มุมกว้างและให้ฉากหลังโบเก้อันยอดเยี่ยม

เลนส์โปรดอีกตัวของ Den ก็คือเลนส์ FE 16-35mm F2.8 GM (SEL1635GM) เป็นเลนส์อเนกประสงค์มุมกว้างที่สามารถใช้ถ่ายภาพระยะใกล้ที่ให้ฉากหลังโบเก้ที่สวยงามได้ด้วย และเขาก็ชอบเลนส์ FE 70-200mm F2.8 GM OSS (SEL70200GM) ด้วย เพราะเขาใช้ในการถ่ายภาพระยะใกล้และถ่ายฉากภาพยนตร์เป็นหลัก

เลนส์ SEL70200GM ให้ฉากหลังโบเก้ที่นุ่มนวล พร้อมกับกระจกเลนส์ Super ED ที่ให้สีสันเป็นธรรมชาติแสนสวยงาม

Den เน้นย้ำว่ารูรับแสงแบบ 11 ใบมีดช่วยรังสรรค์ฉากหลังโบเก้นุ่มนวลและเลนส์กระจก Super ED ให้สีสันธรรมชาติแสนสวยงาม ทำให้เลนส์เหมาะสำหรับถ่ายทำภาพยนตร์ และเขายังไว้ใจระบบโฟกัสอัตโนมัติในการจับโฟกัสของกล้อง และยังประทับใจมอเตอร์ RDSSM ที่ทำงานอย่างเงียบเชียบด้วย

เลนส์ SEL70200GM เก็บรายละเอียดทั้งหมดได้อย่างอยู่หมัด ช่วยให้ได้เอฟเฟกต์ภาพที่ยอดเยี่ยมสวยงาม

เพียงมีเลนส์ 200 มม. ตัวนี้ ก็ช่วยให้ Den เก็บทุกรายละเอียดให้อยู่ในเฟรมได้เป็นอย่างดี ซึ่งช่วยให้เขาสร้างเทคนิคพิเศษทางภาพที่น่าตื่นตาได้ เช่น ภาพนักเล่นเซิร์ฟใต้แสงแดด

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ความคิดเห็นที่แสดงในบทความนี้เป็นของ Den ไม่ได้สะท้อนความคิดเห็นหรือมุมมองของ Sony Singapore

อุปกรณ์ของ Den
SEL70200GM
FE 70-200 มม. F2.8 GM OSS

SEL70200GM

มาดูประสบการณ์ของ Den Lennie ที่มีต่อกล้อง Alpha 7S III

เกี่ยวกับ Den

ฟุตเทจวิดีโอและเนื้อหาถ่ายทำโดย Den Lennie ผู้ผลิตวิดีโอ โค้ชสอนธุรกิจ และนักกลยุทธ์การตลาดที่มีประสบการณ์ในวงการมากกว่า 25 ปี เขาเคยเขียนหนังสือ 3 เล่มเกี่ยวกับธุรกิจการทำวิดีโอ เป็นผู้จัดรายการพอดแคสต์ประจำสัปดาห์ และเป็นวิทยากรให้ความรู้ที่งานกิจกรรมต่างๆ ทั่วโลก


การผลิตงานระดับย่อย

กล้อง Alpha ฟูลเฟรมให้วิดีโอคุณภาพสูงสุดเท่าที่เคยมีมา 

นักถ่ายทำภาพยนตร์อย่าง Brandon Li ใช้กล้อง Alpha 7S III ถ่ายคลิปนี้ ซึ่งจับฉากที่สวยงามสมกับเป็นฉากละครท่ามกลางธรรมชาติ โดยมีรายละเอียดแสนประณีตและคุณภาพที่คมชัด

กล้อง Alpha 7S III มีเซนเซอร์ 12.1MP รุ่นใหม่ ให้ช่วงการรับแสงที่กว้าง 15 สต็อป และการบันทึกเฟรมภาพนิ่งทั้งหมดที่ 4:2:2 10 บิต ช่วยให้จับภาพได้แม้ในสภาวะแสงน้อยที่สุดโดยเก็บครบทุกรายละเอียด 

Brandon อธิบายว่า “สำหรับภาพถ่ายที่มีแสงจันทร์ มีแค่แสงจันทร์จริงๆ ผมให้กล้องแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่...แล้วกล้องก็มีประสิทธิภาพไร้ขีดจำกัดจริงๆ!”  

กล้องมีวิทยาการสีขั้นสูง จึงสามารถผลิตผลงานที่มีการไล่ระดับสีที่ละเอียดและราบรื่นที่สุดแม้ถ่ายในยามค่ำคืนหรือในฉากที่มีแสงธรรมชาติท่ามกลางท้องฟ้าที่มีพายุแปรปรวนโดยแทบจะไม่มีจุดสีรบกวน   

ออกแบบมาเพื่องานสร้างสรรค์

นอกจากนี้กล้องยังมีประสิทธิภาพชัตเตอร์ที่ดีขึ้นโดยลดอาการภาพล้มที่ดีกว่ากล้องรุ่นก่อนหน้าเกือบ 3 เท่า หมายความว่าการเลื่อนกล้องเพื่อถ่ายภาพมีความราบรื่นมากยิ่งขึ้นและแทบไม่มีการสั่นไหวเมื่อต้องเคลื่อนย้ายกล้อง เสริมพลังด้วยความสามารถของกล้อง Alpha 7S III เพื่อการถ่ายทำที่ความละเอียดสูงสุด 4K 120p และ Full HD 240p ดังนั้นจึงง่ายสำหรับการสร้างสรรค์วิดีโอสโลว์โมชันและสโลว์โมชันขั้นสุดเพื่อให้ได้อารมณ์สมกับเป็นฉากภาพยนตร์  

Brandon ยังระบุด้วยว่า “ISO จะแตกต่างกันออกไปเมื่อคุณถ่ายทำในโหมด log เทียบกับ non-log หากคุณถ่ายทำในโหมด log จะมี ISO สูงกว่ามาก แต่ประสิทธิภาพของกล้องด้านโฟกัสอัตโนมัติและฟีเจอร์อื่นๆ ยังใช้งานได้ดีอยู่”  

เหมาะสำหรับการทำงานตัวคนเดียว

“ผมมักจะเหงื่อออกเพราะต้องวิ่ง และผมมักจะใช้กิมบอล”   

กล้อง Alpha 7S III เป็นกล้องฟูลเฟรมขนาดกะทัดรัดที่เหมาะกับการใช้งานตัวคนเดียวโดยไม่ลดทอนคุณภาพหรือประโยชน์ใช้งาน เป็นกล้องระดับมืออาชีพที่พกพาใส่กระเป๋าสะพายหลังได้พอดี หน้าจอหมุนได้เต็มที่ 360 องศา จึงช่วยให้คุณถ่ายภาพได้จากทุกมุม มีขนาดกะทัดรัดเหมาะมือ ง่ายต่อการเคลื่อนไหวในพื้นที่แคบ ไม่ว่าจะเป็นมุมต่ำหรือมุมสูง หรือมีความท้าทายเพียงใด คุณก็ถ่ายภาพได้อย่างสมบุกสมบันที่สุด 

นอกจากนี้ กล้องยังมีระบบโฟกัสภาพต่อเนื่องแบบเรียลไทม์และระบบโฟกัสดวงตาอัตโนมัติที่ช่วยให้คุณทำงานได้ง่ายเมื่อใช้งานร่วมกับกิมบอล เพื่อให้ได้ภาพที่สร้างสรรค์ตามต้องการโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการดึงโฟกัสหรือไม่จำเป็นต้องใช้คนช่วยดึงโฟกัส และกล้องยังมีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมแม้อยู่ในสภาวะแสงน้อย จึงช่วยลดความจำเป็นในการใช้ไฟเสริมได้ด้วย   

กล้อง Alpha 7S III ได้รับการออกแบบให้มีระบบโฟกัสอัตโนมัติชั้นนำในอุตสาหกรรม มีจุดโฟกัสอัตโนมัติ 759 จุด จึงสามารถจับโฟกัสตัวแบบได้ต่อเนื่องอย่างง่ายดายเพื่อรังสรรค์ผลลัพธ์ที่แสนราบรื่น ไม่ว่าตัวแบบจะเคลื่อนที่ไปทางใด ซึ่งสิ่งนี้สำคัญมากเมื่อต้องถ่ายทำฉากที่เต็มไปด้วยการเคลื่อนไหวโดยใช้กิมบอล  

“ผมมีลำดับการถ่ายทำที่วางแผนอย่างดีไว้แล้ว ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องมีกล้องที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ผมใช้งานได้อย่างไหลลื่นตลอดการถ่ายทำ” 

Brandon เล่าว่าการถ่ายทำที่ 4:2:2 10 บิตของกล้อง ช่วยสร้างลำดับวิดีโอที่ต่อเนื่องตั้งแต่การถ่ายทำไปจนถึงการตัดต่อ ผู้สร้างสรรค์ผลงานสามารถเริ่มการตัดต่อได้เพียงไม่กี่นาทีหลังถ่ายทำ เพียงแค่ต้องเสียบสายเชื่อมต่อกล้อง ลากและวางไฟล์ลงในโปรแกรมการตัดต่อ แล้วก็ตัดต่อได้เลย  

“ผมไม่ใช่คนที่ชอบอะไรหวือหวาสักเท่าไหร่...ผมเติมแต่งสีสันเพียงเล็กน้อย...เพราะผมรู้สึกว่างานส่วนใหญ่ควรจะดูสวยงามมาตั้งแต่ตอนถ่ายทำแล้ว และกล้องควรจับภาพโทนสีผิวได้อย่างสมจริง” 

และกล้องยังช่วยให้ขั้นตอนหลังการผลิตง่ายขึ้นได้ด้วยวิทยาการด้านสีสันที่ปรับปรุงดีขึ้น กล้องจึงจับภาพและให้สีสันสมจริงได้แม้ในสภาวะแสงน้อย  

เลนส์ SEL24F14GM เหมาะสำหรับถ่ายภาพบุคคลในสภาวะแสงน้อย พร้อมแยกตัวแบบออกจากฉากหลังได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งยังโฟกัสไปที่ตัวแบบอย่างคมชัด

อุปกรณ์ที่คุณไว้ใจได้ในระหว่างเดินทาง

“สิ่งที่ผมจะพูดก็คือผมรู้สึกร้อนแทบทนไม่ได้ก่อนที่ตัวกล้องจะร้อนเสียอีก กล้องไม่มีปัญหาเรื่องความร้อนแม้ว่าผมจะใช้ถ่ายทำใต้แสงแดดโดยตรงในช่วงกลางฤดูร้อนและกลางทะเลทรายเป็นเวลา 3 ชั่วโมง และไม่ได้ขยับไปไหนเลยเป็นเวลา 3 ชั่วโมงติดต่อกัน แม้ว่าจะถ่ายทำโดยไม่มีขาตั้งกล้องที่ 120p กล้องก็ยังไม่ร้อน”

กล้อง Alpha 7SIII มีระบบการจัดการความร้อนแบบใหม่ที่สามารถระบายความร้อนได้ดีขึ้นกว่าเดิม 5 เท่า และไม่มีการจำกัดเวลาถ่ายทำ ทั้งยังมีแบตเตอรี่ NP-FZ100 ความจุสูงของ Sony ซึ่งสามารถใช้งานได้เป็นชั่วโมงเมื่อถ่ายทำต่อเนื่องที่ความละเอียด 4K 60p

นอกจากนี้ กล้องยังเป็นอุปกรณ์คู่ใจที่ไปกับคุณทุกที่แม้ในภูมิประเทศหรือสภาพอากาศที่มีความยากลำบากที่สุด เพราะตัวกล้องทนทานต่อทุกสภาพอากาศทั้งฝนตกหนักและสภาพแวดล้อมที่มีความชื้น

เลนส์โปรดของ Brandon

“ในฐานะที่ผมเป็นนักเดินทางท่องโลกและต้องการทำตามเป้าหมายให้สำเร็จ ส่วนใหญ่ผมก็ต้องทำงานด้วยตัวเองโดยไม่มีผู้ช่วย ดังนั้นอุปกรณ์การถ่ายทำของผมจึงต้องมีน้ำหนักเบาและพกพาสะดวก” 

เมื่อพูดถึงเลนส์ Brandon ให้ความสำคัญกับความสว่างและความสามารถในการโฟกัสได้อย่างรวดเร็ว เพราะส่วนใหญ่เขาจะถ่ายทำโดยใช้กิมบอลและขาตั้งกล้องแบบขาเดี่ยว หนึ่งในเลนส์ที่เขาชื่นชอบคือเลนส์ FE 24mm F1.4GM (SEL24F14GM)

Brandon วางใจเลนส์ SEL24F14GM ให้เป็นหนึ่งในเลนส์ตัวโปรด

เลนส์ SEL24F14GM เป็นเลนส์มุมกว้างที่มีรูรับแสงกว้าง ช่วยให้ Brandon สามารถถ่ายทำได้ในมุมกว้างที่มีความชัดลึก มอเตอร์แนวราบ XD เสริมพลังด้วยระบบการจับโฟกัสและโฟกัสอัตโนมัติทุกระยะของกล้อง Alpha 7S III มีประโยชน์เป็นพิเศษเมื่อเขาต้องเคลื่อนที่โดยใช้กิมบอลที่สามารถจับโฟกัสที่ตัวแบบพร้อมกับแสดงให้เห็นฉากหลังได้อย่างชัดเจน

เลนส์ SEL24F14GM เป็นเลนส์มุมกว้างที่มีรูรับแสงกว้าง เพื่อให้ได้ภาพมุมกว้างที่มีความชัดตื้น

เลนส์มีน้ำหนักเพียง 445 กรัม แม้ติดตั้งกับกล้องและกิมบอล เมื่อประกอบอุปกรณ์เข้ากันแล้วก็ยังเบาพอสำหรับการวิ่งถ่ายทำได้อย่างคล่องตัว นอกจากนี้เลนส์ยังให้สีสันที่สวยงามและให้ภาพคมชัดทุกอณูแม้ในบริเวณมุม

หลังจากติดตั้งเลนส์กับกล้องและกิมบอลแล้ว อุปกรณ์ก็ยังคงมีน้ำหนักเบา พกพาสะดวก เหมาะสำหรับการวิ่งถ่ายทำ

Brandon เน้นย้ำว่ารูรับแสง F1.4 ของเลนส์ SEL24F14GM ช่วยให้เขาสามารถใช้ประโยชน์จากกล้อง Alpha 7S III ได้มากขึ้นอีก แม้ว่าเขาจะถ่ายทำฉากใต้แสงจันทร์โดยไม่ได้ใช้แสงไฟเสริมใดๆ ก็ยังสามารถจับภาพได้คมชัด เพราะกล้องมีความไวแสงสูงและมีระบบควบคุมจุดรบกวนที่มีประสิทธิภาพ 

เลนส์อีกตัวที่ Brandon ขาดไม่ได้ก็คือเลนส์ FE 135mm F1.8GM (SEL135F18GM)

รูรับแสง F1.4 ของเลนส์ SEL24F14GM ขยายศักยภาพของกล้อง Alpha 7S III

แม้ว่าเลนส์ SEL135F18GM จะมีน้ำหนักมากสักหน่อย แต่ก็ยังติดตั้งกับกิมบอลได้อย่างง่ายดาย เมื่อต้องการถ่ายภาพระยะใกล้ และก็ยังเก็บทุกรายละเอียดตัวแบบได้อย่างอยู่หมัดอีกด้วย

เลนส์ SEL24F14GM เหมาะสำหรับถ่ายภาพบุคคลในสภาวะแสงน้อย พร้อมแยกตัวแบบออกจากฉากหลังได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งยังโฟกัสไปที่ตัวแบบอย่างคมชัด

รูรับแสงแบบ 11 ใบมีดและชิ้นเลนส์ XA ทำให้เลนส์เหมาะสำหรับถ่ายภาพบุคคลในสภาวะแสงน้อยที่แยกตัวแบบออกจากฉากหลังอย่างชัดเจน ทั้งยังโฟกัสคมชัดที่ตัวแบบ และรังสรรค์ฉากหลังโบเก้ที่แสนนุ่มนวล

เมื่อพูดถึงการถ่ายทำภาพยนตร์ Brandon ชอบใช้เลนส์ SEL50F14Z จาก Zeiss

นอกจากนี้ ในชุดอุปกรณ์ของเขายังมีเลนส์ FE 50mm F1.4 ZA (SEL50F14Z) แม้จะไม่ใช่เลนส์ G Master Prime แต่ Brandon ก็ชื่นชอบเลนส์จาก Zeiss และใช้สร้างสรรค์การถ่ายทำระยะใกล้ เพราะมีความยาวโฟกัสสำหรับถ่ายทำภาพยนตร์ในแบบที่เขาต้องการ

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ความคิดเห็นที่แสดงในบทความนี้เป็นของ Brandon ไม่ได้สะท้อนความคิดเห็นหรือมุมมองของ Sony Singapore

อุปกรณ์ของ Brandon
SEL50F14Z
Planar T* FE 50mm F1.4 ZA

SEL50F14Z

มาดูประสบการณ์ของ Brandon Li ที่มีต่อกล้อง Alpha 7S III

เกี่ยวกับ Brandon Li

ฟุตเทจวิดีโอและเนื้อหาถ่ายทำโดย Brandon Li เขาได้เดินทางรอบโลกเพื่อท่องเที่ยวมา 7 ปี และทำภาพยนตร์เกี่ยวกับผู้คนและวัฒนธรรมที่เขาพบระหว่างทาง วิธีการถ่ายทำแบบมินิมอลช่วยให้เขาได้ฟุตเทจที่เป็นธรรมชาติในรูปแบบที่มีพลวัตทางสายตา วิดีโอของเขาชนะรางวัล Best of the Year ของ Vimeo, Webby และ Travel Video Awards เขาได้ลงนิตยสาร National Geographic, BBC, TIME, TEDx และ Smithsonian Institute

มาดูการสนทนากลุ่มเกี่ยวกับกล้อง Alpha 7S III กับ Den Lennie และ Brandon Li

สายการถ่ายทำภาพยนตร์

รุ่นผลิตภัณฑ์ที่จะส่งมอบทั้งภาพลักษณ์ที่น่าครอบครองในแบบของ Sony ผสานรวมกับความสามารถในการทำงานและประสิทธิภาพที่ไว้วางใจได้ทั้งยังมีการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของเหล่าผู้สร้างสรรค์วิดีโอ ผลิตภัณฑ์สำหรับสายการถ่ายทำภาพยนตร์ไปไกลเกินกว่ากล้องสำหรับถ่ายทำภาพยนตร์พื้นฐานและให้มากกว่าคุณสมบัติสำหรับกล้องถ่ายวิดีโอระดับมืออาชีพ

ฟีเจอร์สำหรับสายการถ่ายทำภาพยนตร์จะช่วยให้นักสร้างสรรค์ทั่วโลกได้มีเครื่องมือที่จำเป็นในการจับอารมณ์ความรู้สึกในทุกเฟรมและปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของการเล่าเรื่องราวทางภาพให้ออกมาโดยใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่มีร่วมกัน (Shared technologies) ในกล้องรุ่นต่าง ๆ ของเรา ช่วยให้คุณสามารถกลับไปเน้นความสำคัญที่ความคิดสร้างสรรค์ได้

ผลิตภัณฑ์รุ่นต่าง ๆ ของ Sony ที่มีอยู่เป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดสายผลิตภัณฑ์สำหรับถ่ายทำภาพยนตร์ ซึ่งได้แก่รุ่น VENICE และ FX9 ขั้นต่อไปคือผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ที่จะดึงดูดเหล่านักสร้างสรรค์วิดีโออีกมากมาย โดย Sony จะเปิดตัวและทำการจัดส่งผลิตภัณฑ์นี้เพิ่มเติมต่อจากรุ่นที่มีอยู่อย่างกล้อง FX6 ภายในสิ้นปี 2020

กล้อง FX6 สำหรับถ่ายทำภาพยนตร์

ถ่ายทำภาพยนตร์แบบฟูลเฟรม


ขอแนะนำกล้อง FX6 ใหม่ ผลิตภัณฑ์รุ่นล่าสุดสำหรับถ่ายทำภาพยนตร์

กล้อง FX6 อัดแน่นไปด้วยเซนเซอร์ฟูลเฟรมความไวสูงใหม่ล่าสุดและฟีเจอร์ระดับมืออาชีพมากมาย เช่น ระบบโฟกัสดวงตาอัตโนมัติแบบเรียลไทม์และระบบโฟกัสอัตโนมัติจับภาพใบหน้า รวมถึงวิทยาการสีที่ใช้เทคโนโลยี S-Cinetone ทั้งหมดอยู่ในตัวกล้องขนาดกะทัดรัดน้ำหนักเบาที่เคลื่อนที่แสนสะดวกและช่วยให้ผู้สร้างสรรค์งานก้าวข้ามขอบเขตใหม่ๆ

ค้นพบความเป็นไปได้ที่ไม่มีวันสิ้นสุดไปกับกลุ่มเลนส์ 57 E-mount ซึ่งได้รับการออกแบบมาไม่เพียงให้ใช้ได้กับภาพนิ่ง แต่ยังใช้กับการผลิตภาพยนตร์ดิจิทัลได้ด้วย ทั้งยังทำงานร่วมกับกล้อง FX6 ได้อย่างลงตัวซึ่งใช้งานกับเลนส์ E-mount ได้เช่นเดียวกัน

รับชมว่าผู้ผลิตภาพยนตร์ชาวไทยอย่าง Benjamin คิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับกล้อง FX6 รุ่นใหม่ในวิดีโอรีวิวผลิตภัณฑ์ด้านล่าง และความคล่องตัวในการ"หยิบแล้วถ่าย" รวมถึงฟีเจอร์ที่สำคัญต่างๆ เช่น เซนเซอร์ภาพแบบฟูลเฟรม การบันทึกวิดีโอด้วยอัตราเฟรมสูง และประสิทธิภาพการโฟกัสอัตโนมัติอันน่าทึ่ง ทั้งหมดนี้ช่วยให้เขาผลิตวิดีโอที่ยอดเยี่ยม ได้ผลงานภาพยนตร์ที่น่าประทับใจ

Benjamin
แอลฟา ยูนิเวิร์ส

Benjamin

ไทย

Benjamin เป็นผู้อำนวยการและผู้กำกับเทคนิคพิเศษทางภาพ (ผู้ผลิตภาพยนตร์) ในประเทศไทย ซึ่งทำงานในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ทั้งในและต่างประเทศ เป็นผู้ก่อตั้ง Benjamin Filmmaker และ Basugaa studio (สตูดิโอผลิตภาพยนตร์และเทคนิคพิเศษทางภาพในกรุงเทพฯ) เขามีประสบการณ์มากกว่า 15 ปีในวงการแอนิเมชัน 3 มิติ เอฟเฟกต์ภาพ 2 มิติ และการผลิตภาพยนตร์ ตลอดเส้นทางอาชีพของ Benjamin เขาได้กำกับและผลิตเทคนิคพิเศษทางภาพสำหรับโฆษณาทางโทรทัศน์ วิดีโอออนไลน์ และภาพยนตร์ความยาวปานกลาง และยังเป็นผู้ควบคุมโปรเจกต์งานเทคนิคพิเศษทางภาพให้กับแบรนด์นานาชาติอีกมากมายด้วย

ฟีเจอร์โปรดของ Benjamin
Exmore R
พิกเซลขนาดใหญ่มอบความไวแสงสูงและสัญญาณรบกวนต่ำ

เซนเซอร์ Exmor R™ CMOS แบบฟูลเฟรม 10.2 เมกะพิกเซลที่เป็นแบบ back-illuminated1 ทำให้กล้องรับความไวแสงสูงและมีจุดสีรบกวนต่ำในทุกช่วงการรับแสงของกล้องโดยเพิ่มประสิทธิภาพสัญญาณส่งออกจากเซนเซอร์ สามารถจับภาพที่สามารถใช้งานได้แม้ในสภาวะที่เกือบมืดมิดทั้งหมด และมีค่า ISO ที่น่าประทับใจที่สามารถเพิ่มขึ้นได้สูงสุด 4096002 ช่วงการรับแสงกว้างเป็นพิเศษมากกว่า 15 สต็อป3 เพื่อให้ได้ภาพที่สวยงามและมีสีสันสมจริงโดยไม่หลุดไฮไลต์ ความไวแสงสูงและช่วงการรับแสงกว้างของกล้องให้คุณถ่ายภาพได้อย่างสร้างสรรค์ไม่มีขีดจำกัด

[1]จำนวนพิกเซลที่มีประสิทธิภาพโดยประมาณ
[2]ในโหมดแบบกำหนดเอง
[3]ครอบตัดภาพได้ 10%

S-Cinetone
วิทยาการด้านสีแบบโรงภาพยนตร์ด้วย S-Cinetone™

สี S-Cinetone ที่พัฒนามาสำหรับ FX9 ที่อันโด่งดังของ Sony ซึ่งเป็นคุณสมบัติเริ่มต้นของ FX6 ปรับแต่งมาอย่างแม่นยำเพื่อตอบสนองความต้องการของนักสร้างสรรค์คอนเทนท์ในปัจจุบัน ด้วยสีที่สมบูรณ์และสีผิวที่เป็นธรรมชาติ โดยจะให้ภาพที่สดใสมีชีวิตชีวาโดยไม่ต้องปรับระดับสี ขณะที่คงไว้ซึ่งละติจูดในปริมาณมากสำหรับขั้นตอนหลังการถ่ายทำ

4:2:2
การบันทึกภาพยนตร์ด้วยความลึก 10 บิตและการสุ่มตัวอย่างสี 4:2:2

กล้อง FX6 สามารถถ่ายวิดีโอความละเอียด 4K แบบบันทึกลงในการ์ดได้โดยตรงที่ระบบสี 10 บิตและระบบการเก็บข้อมูลสี 4:2:2 ด้วยการบีบอัดแบบ Long-GOP หรือแบบ Intra ทั้งหมด ทำให้คุณสามารถไล่ระดับสีได้มากขึ้น ขยายวิดีโอเพื่อให้ได้ความสมจริงที่มี HDR ขั้นสุด และยังคงรักษาการไล่ระดับสีตามธรรมชาติ เพื่อให้อิสระคุณในการตัดต่ออย่างแท้จริง

โฟกัสอัตโนมัติแบบไฮบริด
Fast Hybrid AF เพื่อความแม่นยำและการเกาะติด

ระบบโฟกัสอัตโนมัติในบริเวณกว้างใช้ระบบจับโฟกัสอัจฉริยะและเซนเซอร์จับโฟกัสเป็นระยะเพื่อตามจับโฟกัสตัวแบบเกือบทุกเฟรม (โฟกัสอัตโนมัติที่จับโฟกัสเป็นระยะในแนวราบได้ 6274 จุด ครอบคลุมพื้นที่ภาพประมาณ 89%) ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบไฮบริดจับโฟกัสได้อย่างแม่นยำแม้ต้องถ่ายทำที่ความชัดตื้นและที่อัตราเฟรมสูง 120p ที่ความละเอียด 4K (QFHD)5

[4]จุดโฟกัสอัตโนมัติสูงสุดและการครอบคลุมพื้นที่การโฟกัส จะแตกต่างกันไปตามโหมดการบันทึก
[5]เมื่อใช้ความถี่ที่ 59.94Hz, 29.97Hz หรือ 23.98Hz ระบบโฟกัสอัตโนมัติจะใช้ได้ที่ 30, 60, 120 และ 240 เฟรมต่อวินาที แต่เมื่อใช้ความถี่ที่ 50Hz หรือ 25Hz ระบบโฟกัสอัตโนมัติจะใช้ได้ที่ 25, 50, 100 และ 200 เฟรมต่อวินาที และใช้ระบบโฟกัสอัตโนมัติไม่ได้ที่ความถี่ 24Hz

Eye AF
รองรับระบบโฟกัสดวงตาแบบเรียลไทม์และตรวจจับใบหน้า

ระบบโฟกัสดวงตาแบบเรียลไทม์และตรวจจับใบหน้าช่วยให้โฟกัสได้อย่างแม่นยำและเสถียร เหมาะสำหรับการสัมภาษณ์ กิจกรรม และที่ใดก็ตามที่การโฟกัสอย่างแม่นยำที่ผู้คนเป็นสิ่งสำคัญ การประมวลผลแบบเรียลไทม์ที่ซับซ้อนจะสามารถโฟกัสที่ดวงตาได้อย่างแม่นยำ แม้คนคนนั้นจะมองล่างหรือมองขึ้นเป็นมุมสูง ช่วยให้ช่างภาพสามารถมุ่งเน้นไปที่การจัดองค์ประกอบภาพให้ดีที่สุด

ถ่ายทำที่ความละเอียดระดับ 4K* ที่อัตราเฟรมสูง
บันทึกวิดีโอความละเอียด 4K* ที่อัตราเฟรมสูง 120 เฟรมต่อวินาที

การบันทึกวิดีโอแบบฟูลเฟรมที่ความละเอียด 4K (QFHD) สูงสุด 120 เฟรมต่อวินาที6 พร้อมระบบโฟกัสอัตโนมัติ สามารถทำได้เนื่องจากกล้องมีเซนเซอร์ภาพที่สามารถอ่านค่าด้วยความเร็วสูงและโปรเซสเซอร์ BIONZ XR ที่ทรงประสิทธิภาพ สามารถถ่ายทำได้แม้ที่ความละเอียดระดับ 4K (QFHD) ที่มีรายละเอียดครบทุกกระเบียดนิ้วที่อัตราเฟรมสูงโดยใช้การอ่านค่าพิกเซลเต็มรูปแบบโดยไม่มีการรวมพิกเซล เพื่อให้ได้วิดีโอสโลว์โมชันหลังถ่ายทำที่ชัดเจน (สโลว์โมชันช้ากว่าถ่ายทำจริงถึง 5 เท่า 7 8) โฟกัสอัตโนมัติที่มีความแม่นยำสูง ทั้งยังให้ฉากหลังโบเก้แบบฟูลเฟรมที่สวยงามในระหว่างถ่ายทำแบบสโลว์โมชัน ให้คุณได้ผลงานที่สร้างสรรค์น่าประทับใจ

[6]ครอบตัดภาพได้ 10%
[7]ต้องใช้การตัดต่อหลังขั้นตอนการผลิตและการบันทึกวิดีโอโหมด Q (บันทึกเสียงไม่ได้)
[8]เมื่อใช้ความถี่ที่ 59.94Hz, 29.97Hz หรือ 23.98Hz ระบบโฟกัสอัตโนมัติจะใช้ได้ที่ 30, 60, 120 และ 240 เฟรมต่อวินาที แต่เมื่อใช้ความถี่ที่ 50Hz หรือ 25Hz ระบบโฟกัสอัตโนมัติจะใช้ได้ที่ 25, 50, 100 และ 200 เฟรมต่อวินาที และใช้ระบบโฟกัสอัตโนมัติไม่ได้ที่ความถี่ 24Hz

HLG 10 บิต
โปรไฟล์รูปภาพ 10 บิต HLG

โปรไฟล์ภาพแบบ HLG (Hybrid Log-Gamma) HDR มาพร้อมช่วงกว้างสี BT.2020 สามารถใช้เล่นวิดีโอ HDR (HLG) ได้โดยตรงบนโทรทัศน์ที่รองรับการใช้งาน ผลลัพธ์วิดีโอที่ได้มีความสวยงามสมจริง ใกล้เคียงกับสิ่งที่ตาเปล่าเห็น เต็มไปด้วยรายละเอียดแสงและเงา ปัญหาอาการจอมืดและแสงขาวจ้าน้อยลง ทุกช็อตไม่จำเป็นต้องทำการเกลี่ยสี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบันทึกวิดีโอที่ 10 บิตจะผลิตการไล่ระดับสีที่สมบูรณ์แบบใหม่และให้รายละเอียดที่สมจริงได้อย่างน่าทึ่ง9 10

[9]ภาพที่มีช่วงสีกว้างไปจนถึงภาพที่มีการปรับให้สมบูรณ์แบบตามต้องการ (ต้องทำการเกลี่ยสี)
[10]ได้ภาพคุณภาพสูงทันที (ต้องทำการเกลี่ยสี)

ฟิลเตอร์ ND
ในตัวกล้องมีฟิลเตอร์ Variable ND แบบอิเล็กทรอนิกส์อันทรงพลังของ Sony

ฟิลเตอร์ ND ปรับได้แบบอิเลกทรอนิกส์แบบใหม่ควบคุมความทึบแสงของฟิลเตอร์ Neutral ได้อย่างเรียบเนียนตั้งแต่ 1/4 ถึง 1/128ND เพื่อการควบคุมการสร้างสรรค์อย่างเหนือชั้นและการทำงานที่ลื่นไหล ฟิลเตอร์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Sony นี้ สามารถปรับค่าการรับแสงทั้งในแบบอัตโนมัติและแบบแมนนวลโดยไม่กระทบระยะชัดลึกหรือมุมชัตเตอร์ ช่วยให้คุณมีค่าการรับแสงที่สมบูรณ์แม้ในขณะเคลื่อนย้ายระหว่างสถานที่ที่แตกต่างกัน เช่น ย้ายจากภายในอาคารไปที่กลางแจ้ง

การกระจายความร้อน
สถาปัตยกรรมเพื่อป้องกันการปิดเนื่องจากความร้อน

ระบบการระบายอากาศในตัวและการออกแบบโครงสร้างของกล้องช่วยป้องกันเครื่องดับขณะถ่ายทำเนื่องจากความร้อน11 ที่อัตราเฟรมสูงและความละเอียดระดับ 4K (QFHD) จำนวนแผงระบายความร้อน รูปทรงของช่องรับและระบายอากาศ รวมถึงตำแหน่งติดตั้งพัดลมเสียงรบกวนต่ำ12 และช่องทางไหลเวียนอากาศ ทั้งหมดนี้ได้รับการคำนวณด้วยความแม่นยำเพื่อให้คุณมั่นใจว่าการระบายอากาศมีประสิทธิภาพสูงสุด

[11]สามารถถ่ายทำได้ภายในช่วงอุณหภูมิที่จำกัด (0-40C) ได้นานเท่าที่แบตเตอรี่และกล้องจะเอื้ออำนวย
[12]ระดับเสียงของพัดลมขึ้นอยู่กับโหมดการบันทึกวิดีโอและสภาพแวดล้อมในการทำงาน

หลากหลายรุ่นให้เลือกสรร

VENICE

ระบบกล้องถ่ายภาพเคลื่อนไหวรุ่นใหม่พร้อมเซนเซอร์ฟูลเฟรมที่ล้ำสมัย ศาสตร์แห่งสีที่เหลือเชื่อ และการทำงานที่ใช้งานง่าย

FX9

การถ่ายวิดีโอด้วยเทคนิคการถ่ายทำภาพยนตร์แบบฟูลเฟรมอันน่าทึ่งที่ได้รับการปรับปรุงมาเพื่อเวิร์กโฟลว์ที่รวดเร็ว

เลนส์ (เม้าท์แบบเดียว)
เม้าท์เลนส์แบบเดียว ศักยภาพไร้ขีดจำกัด

 อุปกรณ์เสริม

อุปกรณ์เสริมสำหรับถ่ายทำวิดีโอ
อุปกรณ์เสริมสำหรับถ่ายทำวิดีโอ
อุปกรณ์เสริมสำหรับการแพร่ภาพและการผลิต
อุปกรณ์เสริมสำหรับการแพร่ภาพและการผลิต