G MASTER

SEL85F14GM

ความเห็นของวิศกร

ทีมพัฒนาหารือเกี่ยวกับปรัชญาการออกแบบและความเย้ายวนของเลนส์ SEL85F14GM

แนวคิด

แนวคิดการพัฒนา

เลนส์ที่พร้อมด้วยประสิทธิภาพออปติคอลอันยอดเยี่ยมเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของซีรีส์ G มาสเตอร์

เมนีชี: ไพร์มเลนส์ขนาด 85 มม. ซึ่งนิยมในการถ่ายภาพพอร์ตเทรตมากที่สุดและเป็นเลนส์ที่มีเอกลักษณ์สูง ดังนั้นทุกบริษัทจึงวางโมเดลชั้นดีบนตลาด ในการปรับปรุงโมเดลใหม่นี้ เราเองก็ต้องการเอาชนะคู่แข่งและสร้างสิ่งที่อาจเป็นสัญลักษณ์ของเลนส์ยุคใหม่ได้เช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องเลนส์พอร์ตเทรตที่เราจดจ้องอยู่กับพื้นหลังโบเก้ อย่างไรก็ตาม เลนส์ที่ใช้่ถ่ายโบเก้โดยพื้นฐานจะให้ความรู้สึกนุ่มและล่องลอย และ SEL85F14GM ได้ผ่านการปรับสมดุลระหว่างความละเอียดสูงและโบเก้สวยงามโดยไร้ซึ่งการลดหย่อนประสิทธิภาพใดๆ และเป็นแนวคิดที่ละเอียดเบื้องหลังซีรีส์ G มาสเตอร์ แต่ในความเป็นไพร์มเลนส์ มันจะต้องได้รับการพัฒนายิ่งขึ้นในระดับสูงขึ้นไป

โดยสรุปแล้ว เราได้ตัดสินใจในขั้นตอนแรกของโปรเจกต์เพื่อสร้างเลนส์ที่ไม่มีการลดหย่อนประสิทธิภาพออปติคอล ในการออกแบบเลนส์จะต้องการสมดุลระหว่างการออกแบบเชิงออปติคอลและการออกแบบเชิงกลไก เพราะเป็นสิ่งสำคัญในการพิจารณาไม่ใช่แค่ประสิทธิภาพออปติคอลเพียงอย่างเดียวแต่เป็นความหลากหลายทางส่วนประกอบเชิงกลไก เช่น ขนาด ความเร็วโฟกัส และความแม่นยำ สำหรับเลนส์นี้ ความท้าทายสูงสุดคือวิธีผสมผสานความหลากหลายทางส่วนประกอบเชิงกลไกโดยไม่ลดหย่อนประสิทธิภาพการออกแบบออปติคอลระดับสูงสุด ผลลัพธ์คือแม้ว่าในหลายส่วนของการออกแบบเชิงกลไกจะเต็มไปด้วยความยาก แต่ในท้ายที่สุด ฉันคิดว่าเราสามารถบรรลุประสิทธิภาพออปติคอลในอุดมคติได้แน่

การออกแบบเชิงกลไก จูนีชี เมนีชี

สืบทอดการถ่ายภาพโบเก้ที่สวยงามจากเลนส์รุ่น α ที่มีอยู่ รวมถึงนำเสนอความละเอียดที่สูงขึ้นสำหรับกล้องในยุคสมัยต่อไปพร้อมกัน

มารุยามะ: ซีรีส์ α ที่รวมไปถึงเลนส์ในสาย 85 มม. ได้รับการยกย่องเป็นอย่างสูงมาตั้งแต่สมัยมินอลต้า และเมื่อเร็วๆ นี้ A-mount SEL85F14Z ก็ได้รับการสรรเสริญด้านการถ่ายภาพโบเก้ที่สวยงาม อย่างไรก็ตาม จุดประสงค์ในครั้งนี้คือการเพิ่มประสิทธิภาพการสร้างให้มากขึ้นไปอีก โดยจะต้องเสริมความสวยงามของโบเก้ซึ่งสืบทอดจากเลนส์รุ่น α ที่มีอยู่ ในขณะเดียวกันก็ต้องสามารถมอบความละเอียดสูงซึ่งจำเป็นต่อกล้องในยุคสมัยถัดไปด้วย เพราะเมื่อความละมุนของโบเก้ปรากฏขึ้นพร้อมกับระดับความละเอียดที่สูงบนระนาบโฟกัส จะส่งผลให้เกิดค่าความลึกอันล้นหลาม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากงความสวยงามของโบเก้และระดับความละเอียดของเลนส์คือสิ่งที่ขัดแย้งกันเป็นปกติวิสัย ดังนั้นเป้าหมายคือวิธีการปรับสมดุลทั้งสองสิ่งให้ออกมาสมบูรณ์แบบมากที่สุด เราได้พัฒนา SEL85F14GM ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงของ Sony อย่างมหาศาล โดยเริ่มตั้งแต่ชิ้นเลนส์ XA (Extreme Aspherical) และการเคลือบ Nano-AR ซึ่งจะช่วยให้ระบบออปติคอลโดยรวม รวมถึง Actuator มีความเหมาะสมที่สุดในการถ่ายภาพบุคคล

การออกแบบออปติคอล มาซากิ มารุยามะ

การออกแบบออปติคอล

ความหลงใหลในการออกแบบออปติคอล

ผู้คน

ดึงประสิทธิภาพความละเอียดที่อัดแน่นและโบเก้ที่สวยงามได้แม้ปรับค่ารูรับแสงสูงสุด 

มารุยามะ: โลกในปัจจุบันนี้เป็นโลกที่ให้ความสำคัญกับระดับความละเอียด ซึ่งเลนส์มากมายที่นำเสนอการถ่ายโบเก้ที่แข็งหรืออ่อนเกินไปจะมีความละเอียดภาพต่ำ ในประวัติศาสตร์ของการออกแบบเลนส์ได้แสดงให้เห็นว่าการปรับสมดุลระหว่างความละเอียดและโบเก้ที่สวยงามเป็นสิ่งที่ยากมาก ดังนั้นเราจึงตัดสินใจแก้ไขความคลาดเคลื่อนก่อนเป็นสิ่งแรก เพื่อบรรลุเป้าหมายของการมีระดับความละเอียดและโบเก้ร่วมกัน ในขณะที่เราดำเนินการออกแบบเพื่อเป้าหมายนี้ เราได้ผลสรุปมาว่าองค์ประกอบเลนส์โค้งแบนอาจเป็นชิ้นเลนส์ที่สำคัญที่สุด อย่างไรก็ตาม เป็นที่รู้กันว่าการใช้งานเลนส์โค้งแบนทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "โบเก้วงหอมใหญ่" ที่ที่ความผิดปกติขนาดเล็กมากบนพื้นผิวเลนส์โค้งแบนจะส่งทอดไปยังโบเก้ ซึ่งขัดต่อหลักปรัชญาในการออกแบบของเราที่ต้องการเสริมความสวยงามของโบเก้ โดยเราได้แก้ไขปัญหานี้ด้วยชิ้นเลนส์ "XA (โค้งแบนสูง)” อันช่วยลดทอนโบเก้วงหอมใหญ่ที่เกิดขึ้นจากเลนส์โค้งแบนได้โดยผลของความแม่นยำพื้นผิวสูงระดับ 0.01 ไมครอน ด้วยสิ่งนี้จึงทำให้มีความเป็นไปได้ในการส่งต่อประสิทธิภาพออปติคอลโดยที่ไม่ลดหย่อนความสามารถของโบเก้ลง

4

เลนส์ SEL85F14GM ยังใช้องค์ประกอบแก้ว ED (Extra-low Dispersion) สามชิ้นเช่นกัน เพื่อลดความผิดเพี้ยนของสีและเพื่อผลสำเร็จในประสิทธิภาพการผลิตซ้ำสูง จนถึงตอนนี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายของแนวสีม่วงที่เกิดจากความคลาดเคลื่อนของสีใกล้กับรูรับแสงสูงสุดของเลนส์ถ่ายภาพระยะไกล มีพิสัยกลาง และมีรูรับแสงกว้าง อย่างไรก็ตามสำหรับเลนส์นี้ เราได้มุ่งมั่นอย่างมากที่จะพัฒนากระบวนการผลิตซ้ำแม้ถ่ายด้วยรูรับแสงกว้างเพื่อควบคุมขอบสีม่วงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นลูกค้าจึงสามารถปรับค่ารูรับแสงแบบเต็มขั้นได้อย่างเต็มที่ ตัวอย่างเช่น คุณจะเห็นได้ด้วยตาตัวเองทันทีเมื่อถ่ายรูปใครก็ตามที่แต่งชุดด้วยแถบสีดำและสีขาว ฉันคิดว่าผู้ใช้งานมีความประทับใจคล้ายกัน เพราะเลนส์ 85 มม. F1.4 นั้นขาดความคมชัดสูงเมื่อเปิดรูรับแสงกว้างสุด ดังนั้นคงจะดีกว่าถ้าผ่อนมันลงสักเล็กน้อย แต่ประสิทธิภาพของเลนส์อยู่ในจุดที่คุณสามารถใช้งานได้พร้อมความละเอียดที่ดีแม้เปิดรูรับแสงกว้าง และเพราะความนุ่มนวลและความสวยงามของโบเก้นั้นจะมีความโดดเด่นมากสุดในค่ารูรับแสงกว้างสุด ช่วยให้คุณดึงประโยชน์แบบเต็มขั้นในการแสดงพลังของเลนส์ F1.4 ในการถ่ายภาพของคุณได้

การออกแบบออปติคอล

นอกจากนี้ เลนส์ SEL85F14GM สามารถรักษาประสิทธิภาพออปติคอลบริเวณขอบได้สูงมากดังจะเห็นได้จากเส้นโค้งการวัด MTF (Modulation Transfer Function) หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือภาพจะออกมาดูดีเสมอไม่ว่าจะจับภาพให้อยู่ในมุมใดก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้น เลนส์ยังให้ภาพคมชัดด้วยการเปรียบต่างที่สูงในทุกค่ารูรับแสง หรือแม้กระทั่งการถ่ายภาพภูมิทัศน์ด้วยรูรับแสงขนาดเล็กที่ F4 หรือ F5.6 โดยใช้ร่วมกับกล้องความละเอียดสูงอย่าง α7R II และเมื่อซูมที่ขนาดพิกเซลจริงจะพบค่าความลึกที่มหาศาลในภาพ ฉันอยากให้ทุกคนลองใช้ดูมากๆ

กล้อง

เป็นเลนส์ที่เกิดมาเพื่อถ่ายภาพพอร์ตเทรตโดยแท้

มิรุยามะ: เมื่อว่าในเรื่องของโบเก้ เราได้กำหนดเป้าหมายที่สูงขึ้นกว่าโบเก้ระดับสูงอย่าง SEL85F14Z ดังนั้นเราจึงมีการหารือเกี่ยวกับเป้าหมายประสิทธิภาพออปติคอลร่วมกับนักออกแบบเลนส์จากยุคมินอลต้า (Minolta) พร้อมนักออกแบบที่มีประสบการณ์และเข้าใจถึงปรัชญาการออกแบบของ 85 มม. สำคัญที่สุดคือเราได้ proceeded ด้วยการพัฒนาการนำโปรแกรมจำลองโบเก้มาใช้ ซึ่งเราจะแนะนำในโอกาสนี้เพื่อตรวจสอบคุณภาพของโบเก้ในขั้นตอนการออกแบบ ยิ่งไปกว่านั้น ในการออกแบบโบเก้ให้มีความนุ่มขึ้น ต้องมุ่งความสนใจไม่ใช่แค่เรื่องความคลาดเคลื่อน แต่รวมถึงผลกระทบของวิกเนตด้วย อีกประการหนึ่ง ความคลาดเคลื่อนในเลนส์ SEL85F14GM จะได้รับการปรับแก้แบบหนึ่งต่อหนึ่งในกระบวนการผลิตเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายโบเก้ในอุดมคติ แต่ฉันคิดว่าการประเมินความงามของโบเก้นั้นส่วนหนึ่งสัมพันธ์กับความรู้สึกส่วนตัว และขึ้นอยู่กับความชอบของลูกค้าด้วย ดังนั้นเราจึงขอความร่วมมือจากบุคลากรประกันคุณภาพที่คุ้นเคยกับเลนส์ 85 มม. ในยุคมินอลต้ามาเพื่อกำหนดเป้าหมายสำหรับการปรับแต่งในแต่ละขั้นตอนสุดท้าย พร้อมกับเปรียบเทียบผลลัพธ์โบเก้จากเลนส์ 85 มม. ในอดีตไปด้วย

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดโบเก้ที่สวยงามคือรูรับแสงทรงกลมแบบ 11 ใบม่าน ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในเลนส์ α ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดในการเปลี่ยนจาก 9 เป็น 11 ใบม่านคือลักษณะของโบเก้ที่รูรับแสงขนาดเล็กกว่า โดยที่รูรับแสงสูงสุด โบเก้จะสร้างวงกลมที่สมบูรณ์แบบเช่นเดียวกับรุ่น 9 ใบม่าน แต่ในรุ่น 11 ใบม่านจะยิ่งใกล้เคียงกับวงกลมที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปอีกแม้ตอนปรับรูรับแสงให้แคบลงที่ค่า F2.8 และใบม่านจะหุบเข้าหากตั้งค่ารูรับแสงที่หนึ่งหรือสองจากที่เปิดไว้แบบเต็มที่ ซึ่งมักจะใช้ในการถ่ายภาพพอร์ตเทรต คุณสามารถเก็บภาพโบเก้ทรงกลมที่สวยงามได้แม้ในตอนที่คุณต้องการเพิ่มความชัดลึกขึ้นอีกเล็กน้อยโดยปล่อยให้พื้นหลังเบลออยู่ ฉันคิดว่าตอนนี้เลนส์ได้พัฒนาขึ้นกว่าเดิมมาก และตอบสนองต่อความตั้งใจถ่ายทอดผลงานอันละเอียดอ่อนของช่างภาพได้ จนสามารถพูดได้ว่า SEL85F14GM ที่มีคุณสมบัติเหล่านี้เป็นเลนส์ที่เกิดมาเพื่อถ่ายภาพพอร์ตเทรตอย่างแท้จริง

การออกแบบเชิงกลไก

ความหลงใหลในการออกแบบเชิงกลไก

คำสั่งควบคุมไมครอน

คำสั่งควบคุมไมครอนโดยใช้ระบบขับเคลื่อนวงแหวน SSM ยุคใหม่

เมนีชี: เนื่องจากการจัดลำดับความสำคัญของการออกแบบออปติคอลและความละเอียดที่เพิ่มขึ้นจนถึงขีดสุด ทำให้เลนส์โฟกัสจึงมีขนาดใหญ่ขึ้นและหนักขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นด้วยค่าความชัดตื้นสูงสุดที่ F1.4 ยังทำให้เลนส์โฟกัสต้องการความแม่นยำในการหยุดด้วยคำสั่งไมครอนด้วย ซึ่งที่สุดของความท้าทายสำหรับการออกแบบเชิงกลไกคือวิธีการขยับเลนส์โฟกัสที่ทั้งใหญ่และหนักขึ้นด้วยความเร็วสูงและสามารถหยุดด้วยความแม่นยำระดับสูงได้ องค์ประกอบสำคัญคือวงแหวนขับเคลื่อน SSM ที่ถูกใช้งานเป็นครั้งแรกในการโฟกัสของเลนส์ E-mount เพื่อดึงประโยชน์แบบเต็มขั้นของการปรับค่าคอนทราสต์ AF ความเร็วสูง ซึ่งวงแหวนขับเคลื่อน SSM ประสิทธิภาพสูงนี้ได้วางไว้ภายใต้การควบคุมของเซนเซอร์ตรวจจับแบบสองตำแหน่งและปรับให้เหมาะสมกับรูปแบบเลนส์ E-mount โดยวงแหวนขับเคลื่อน SSM แบบทั่วไปจะควบคุมตำแหน่งของเลนส์โฟกัสด้วยจำนวนการหมุนของวงแหวนขับเคลื่อนโฟกัส แต่เลนส์นี้ได้ติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับตำแหน่งการเคลื่อนที่เชิงเส้นเพื่อจับตำแหน่งของเลนส์โฟกัสด้วยตนเองโดยตรง และด้วยเพราะการควบคุมอ้างอิงจากข้อมูลสองส่วนนี้จึงทำให้ความแม่นยำในการหยุดระดับสูงและการควบคุม AF ที่ดีมีความเป็นไปได้

อีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำให้สูงขึ้นคือโครงสร้างตลับลูกปืนเม็ดกลมที่ติดตั้งในวงแหวน SSM ซึ่งพาให้การโฟกัสเป็นไปอย่างราบรื่นเพราะวงแหวนกล้องจะเคลื่อนเข้าหาแกนออปติคอล และช่วยลดระยะคลอนเชิงกลไกและเพิ่มความแม่นยำ ในขณะที่ "วงแหวนขับเคลื่อน SSM" อาจฟังดูเหมือนเป็นเทคโนโลยีในอดีต แต่การรวมองค์ประกอบของตลับลูกปืนเม็ดกลมและการควบคุมด้วยเซนเซอร์ตรวจจับสองตำแหน่งทำให้วงแหวนขับเคลื่อนรุ่นใหม่ SSM มีทั้งพลังและความแม่นยำควบคู่กัน

โฟกัส

การโฟกัสอัตโนมัติที่สมบูรณ์แบบในค่าความชัดลึกแบบผิวเผินของรูรับแสง F1.4

เมนีชี: บนตัวเลนส์ FE 85 มม. F1.4 GM ซึ่งตัวปรับโฟกัสเพียงอย่างเดียวมีขนาดเกิน 100 กรัมที่ดำเนินการปรับแก้ในระดับไมครอนต้องการสิ่งที่มากกว่าการออกแบบเชิงกลไกที่ชาญฉลาด ดังนั้นเราจึงได้พัฒนาระบบควบคุมแบบใหม่ เพราะทีมควบคุมและออกแบบเชิงกลไกได้แบ่งปันเป้าหมายที่มีร่วมกันชื่อว่า "การโฟกัสอัตโนมัติที่สมบูรณ์แบบในค่าความชัดตื้นที่รูรับแสง F1.4" เราใช้เวลาในการทดลองถ่ายภาพซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนนับไม่ถ้วนขณะจำแนกสถานการณ์และเงื่อนไขการถ่ายภาพเพื่อผลักดันความแม่นยำทั้งเชิงควบคุมและกลไก ซึ่งก็คุ้มค่ากับที่ลงแรง เพราะสุดท้ายแล้วเราก็สามารถคิดค้นเลนส์ที่โฟกัสได้ไหลลื่นแม้ใช้ฟังก์ชัน Eye AF ของกล้อง α7R II และกล้องอื่นๆ ที่ทำงานร่วมกันได้

ยิ่งไปกว่านั้น ฉันคิดว่าการถ่ายภาพพอร์ตเทรตด้วย 85 มม. F1.4 บ่อยครั้งจะใช้การควบคุมแบบแมนนวลมากกว่าเพื่อให้ได้การโฟกัสที่แม่นยำ และความรู้สึกของการปรับโฟกัสแบบแมนนวลนี้ก็สัมพันธ์กับความเป็นมืออาชีพระดับสูงมาก เราใช้การปรับแต่งอย่างละเอียดโดยให้ความสนใจไปที่ความรู้สึกของการปรับโฟกัสโดยตรงเมื่อหมุนวงแหวนโฟกัสเพื่อควบคุมเลนส์โฟกัสให้ได้ภาพที่ต้องการ เมื่อกลายมาเป็นเลนส์โฟกัสความชัดตื้น ฉันคิดว่ามันยากในการปรับโฟกัสแบบแมนนวลให้แม่นยำผ่านช่องมองภาพแบบออปติคอล และภาพจะหลุดออกจากโฟกัสเล็กน้อยเมื่อคุณขยาย แต่ด้วย EVF (Electronic Viewfinder) คุณจะสามารถซูมระหว่างการถ่ายและปรับโฟกัสแบบแมนนวลอย่างแม่นยำได้ง่ายดาย ในขณะที่ดึงประโยชน์การใช้งาน EVF เราได้ปรับแต่งการควบคุมระบบขับเคลื่อนของตัวกระตุ้นให้สามารถส่งผ่านความรู้สึกในการใช้งานได้ใกล้เคียงกับการโฟกัสแบบแมนนวลได้สำเร็จ โดยปราศจากความเครียดของการโฟกัสแบบแมนนวล ความละเอียดในค่ารูรับแสงสูงสุดมีประสิทธิภาพขึ้นมากเพราะการออกแบบออปติคอลที่ไม่ด้อยลงเลย ดังนั้นไม่ว่าคุณจะถ่ายด้วยโฟกัสแบบอัตโนมัติหรือแมนนวล ฉันก็คิดว่าคุณจะเพลิดเพลินไปกับการโฟกัสที่อำนวยความสะดวกในระดับความละเอียดที่ไม่เคยมีมาก่อนจนกระทั่งตอนนี้

 

ในที่สุด

ในที่สุด

เมนีชี: มีเลนส์ที่ให้ทั้งความละเอียดหรือโบเก้ให้เลือกหลายแบบ แต่ถ้าคุณต้องการประสิทธิภาพที่เหนือกว่าซึ่งรวมทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน ฉันคิดว่าเลนส์นี้จะเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของคุณ เลนส์นี้ถูกสร้างขึ้นโดยให้ความสำคัญกับความสามารถในการใช้งานและการปฏิบัติการ เช่น การโฟกัสอัตโนมัติ โฟกัสแบบแมนนวล รวมถึงการติดตั้งปุ่มล็อคโฟกัสซึ่งหาได้ยากในเลนส์ระดับนี้ อีกทั้งปุ่มนี้ยังสามารถกำหนดฟังก์ชั่นอื่นนอกเหนือจากการโฟกัสได้ด้วย เช่น ฟังก์ชัน Eye AF ฉันเลยหวังว่าลูกค้าจะเพลินเพลินกับการกำหนดฟังก์ชันเหล่านี้ เพราะค่อนข้างแตกต่างจากเลนส์ที่เคยมีมาก่อนหน้า ดังนั้นฉันหวังว่าผู้คนจะหยิบมันขึ้นมาและลองใช้ดู

มารุยามะ: เลนส์นี้ได้มอบประสิทธิภาพออปติคอลที่ควรค่ากับซีรี่ส์ G มาสเตอร์ ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่ในแง่ของโบเก้และความละเอียดเท่านั้น ยังรวมถึงการลดความคลาดเคลื่อนของสีและการบิดเบือน ฉันขอแนะนำให้ถ่ายภาพที่ค่ารูรับแสงสูงสุด แต่ถ้าคุณลดขนาดรูรับแสงเป็น F1.7, F2 หรือ F2.8 ระดับความละเอียดจะเพิ่มขึ้นอีกขณะที่ภาพโบเก้ก็ถูกปรับให้นุ่ม ฉันคิดว่าหนึ่งในความน่าสนใจของเลนส์นี้คือภาพจะสะท้อนเรโซแนนซ์ที่แตกต่างเสมอเมื่อคุณเปลี่ยนค่า F ฉันหวังว่าทุกคนจะลองใช้งานเลนส์นี้ในสถานการณ์ที่หลากหลาย และเพลิดเพลินไปกับระดับประสิทธิภาพการถ่ายทอดที่ทำให้ SEL85F14GM แตกต่างจากเลนส์รุ่นก่อนหน้า

SEL85F14GM

FE 85 มม. F1.4 GM

SEL85F14GM