ลงลึกเรื่องราวของ Alpha Universe
ลงลึกเรื่องราวของ Alpha Universe
รีวิวกล้อง Alpha 7C

โดย Mark Galer

กล้อง Alpha 7C มีความคล้ายคลึงกับกล้องมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรม Alpha 7 ที่ขายดีรุ่นอื่นๆ ในสายผลิตภัณฑ์ของ Sony หลายประการ อย่างไรก็ตาม กล้อง Alpha 7C เป็นแนวคิดใหม่สำหรับ Sony และมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบกล้องคอมแพคที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งผสานรวมข้อดีคือน้ำหนักเบา และการออกแบบขนาดเล็กที่พกพาได้ง่าย แต่สิ่งหนึ่งที่ยอดเยี่ยมกว่าคุณภาพของภาพถ่ายที่เหนือชั้นก็คือ ราคาที่ย่อมเยา ซึ่งจะช่วยให้นักสร้างสรรค์ภาพสามารถใช้งานเซนเซอร์ฟูลเฟรมได้ 

แนวคิดแบบ "ไม่ลดทอน" สำหรับนักสร้างสรรค์เนื้อหาที่ต้องเดินทาง และชื่นชอบที่จะทำงานโดยใช้กระเป๋าสะพายใบเล็กมากกว่าใช้งานเป้สะพายหลังขนาดใหญ่ และไม่ลดทอนคุณภาพของภาพถ่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่นักถ่ายภาพมืออาชีพและมือสมัครเล่นที่มีความกระตือรือร้นล้วนใฝ่ฝันหา

อ่านรีวิวของผมเกี่ยวกับกล้องคอมแพค Alpha 7C มิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรมของ Sony  

เนื้อหา

0:00 - ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับกล้อง Alpha 7C
16:31 - วิธีการติดตั้งชุดคิทน้ำหนักเบาเข้ากับกล้อง Alpha 7C
24:06 - เลนส์ที่แนะนำสำหรับใช้กับกล้อง Alpha 7C
55:30 - ขั้นตอนการทำงานและการตั้งค่าที่แนะนำ

เซนเซอร์กล้องฟูลเฟรม เทียบกับ APS-C เทียบกับ Micro 4/3

แนวคิดของกล้อง Alpha 7C จะเป็นที่ชื่นชอบของนักสร้างสรรค์ภาพที่ต้องการลดขนาดจากกล้องฟูลเฟรมที่มีขนาดใหญ่กว่า หรือต้องการเสริมอุปกรณ์ที่มีอยู่ด้วยอุปกรณ์ที่พกพาได้ง่ายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นที่น่าดึงดูดใจสำหรับนักสร้างสรรค์ที่กำลังทำงานโดยใช้กล้องที่มีตัวคูณ ซึ่งต้องการคุณภาพของภาพถ่ายที่เหนือกว่าที่เซนเซอร์ฟูลเฟรมสามารถส่งมอบให้ได้ 

เป็นที่ทราบกันดีว่าเซนเซอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าจะมีช่วงการรับแสงที่ดีกว่า ประสิทธิภาพ ISO สูง และการแยกตัวแบบที่ถ่ายและฉากหลังได้อย่างเหนือชั้น (ความสามารถในการสร้างฉากหลังให้เป็นภาพเบลอที่เรียบเนียนนุ่มนวลหรือที่เรียกว่า "โบเก้") อีกทั้งยังมีขนาดเซนเซอร์ที่ก้าวกระโดดจาก APS-C หรือ Micro 4/3 ไปอย่างมาก โดยเซนเซอร์ฟูลเฟรมก็มีขนาดพื้นที่พื้นผิวมากกว่าเซนเซอร์ APS-C 2.5 เท่า และมากกว่าเซนเซอร์ Micro 4/3 ถึง 4 เท่า

APS-C เทียบกับกล้องฟูลเฟรม

นักสร้างสรรค์ภาพถ่ายหลายคนอาจเชื่อว่าการขยายขนาดเซนเซอร์ในกล้องจะส่งผลให้กล้องมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ Sony ได้เริ่มลบความเชื่อนี้ออกไปในปี 2013 เมื่อได้วางจำหน่ายกล้อง E-Mount Alpha 7 มิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรมสุดล้ำสมัย ทั้งนี้กล้อง Alpha 7 ในรุ่นต่อๆ มาก็เริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น และมีน้ำหนักที่มากขึ้นผ่านการเพิ่มคุณสมบัติต่างๆ เข้ามามากมาย เช่น ระบบป้องกันภาพสั่นไหวภายในตัวเครื่อง (IBIS) และมีการใช้งานแบตเตอรี่ขนาดใหญ่และทรงพลังกว่าเดิม 

แม้ว่ากล้อง Alpha 7 จะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น แต่ก็ยังดูเล็กจิ๋วเมื่อเทียบกับกล้อง DSLR คู่แข่งที่มีสเปคเทียบเคียงกัน กล้อง Alpha 7C นี้ได้ลดขนาดและน้ำหนักลงอย่างน่าทึ่ง โดยไม่สูญเสียคุณสมบัติอันทรงคุณค่าเหล่านี้เลย ซึ่งแท้จริงแล้วกล้อง Alpha 7C มีขนาดที่เล็กกว่าและเบากว่ากล้อง APS-C และ Micro 4/3 ระดับชั้นนำส่วนใหญ่จากผู้ผลิตคู่แข่งมาก อีกทั้งยังหนักกว่ากล้อง Alpha 6600 APS-C ขนาดเล็กของ Sony เพียง 6 กรัมเท่านั้น  

ระบบ Touch Tracking ของกล้อง Alpha 7C

บัฟเฟอร์และระบบ Touch Tracking ของกล้อง Alpha 7C

กล้อง Alpha 7C ยังได้รับการปรับแต่งมากมายจากที่เราเห็นได้บนกล้อง Alpha 7R, 7S และ Alpha 9 ระดับพรีเมียมของ Sony รวมถึงระบบโฟกัสภาพต่อเนื่องอัตโนมัติแบบเรียลไทม์, ระบบ Touch Tracking, ระบบโฟกัสดวงตาอัตโนมัติในขณะถ่ายภาพยนตร์ความละเอียด 4K, จอภาพ LCD แบบปรับหมุนมุมได้, การบันทึกเสียงดิจิทัล (เผยโฉมครั้งแรกบนกล้อง Alpha 7R IV และ Alpha 7S III) และขีดความสามารถของระบบป้องกันการสั่นไหวขณะถ่ายภาพยนตร์โดยใช้ข้อมูลไจโรจากเซนเซอร์ ซึ่งสามารถทำเป็นกิมบอลเสมือนได้ในระหว่างขั้นตอนหลังการถ่ายทำ โดยใช้ซอฟต์แวร์ฟรี Catalyst ของ Sony 

กล้องสามารถถ่ายภาพได้สูงสุด 10 เฟรมต่อวินาที และบัฟเฟอร์ขนาดใหญ่ของกล้องจะช่วยให้คุณสามารถถ่ายภาพไฟล์ RAW ได้นานกว่า 11 วินาทีก่อนที่กล้องจะเริ่มทำงานช้าลง กล้องนี้ยังมีขีดความสามารถของโฟกัสอัตโนมัติที่น่าทึ่ง และคุณจะสามารถจับภาพตัวแบบได้โดยแทบไม่หลุดโฟกัสเลย อีกทั้งตอนนี้เรายังสามารถผสานรวมระบบโฟกัสดวงตาสัตว์อัตโนมัติเข้ากับ AF Tracking ซึ่งจะช่วยให้กล้องของคุณมีขีดความสามารถเพียงพอที่จะจับภาพสุนัขได้ทุกการเคลื่อนไหวด้วยความละเอียดที่สุดคมชัดอีกด้วย

Alpha 7C และเลนส์ FE 28-60 มม. F4-5.6

หนึ่งในความท้าทายสำหรับนักสร้างสรรค์ที่ต้องการสร้างงานโดยใช้ระบบมิเรอร์เลสแบบฟูลเฟรมที่สามารถใช้ประโยชน์จากขนาดและน้ำหนักที่ลดลงไปของกล้อง Alpha 7C ได้ ก็คือการเลือกเลนส์อย่างชาญฉลาด นี่เป็นเพราะเลนส์บางตัวที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับกล้องฟูลเฟรมอาจมีน้ำหนักมากกว่า และมีขนาดใหญ่กว่าเลนส์รุ่นเทียบเท่าที่ออกแบบมาสำหรับกล้องที่ใช้งานเซนเซอร์แบบที่มีตัวคูณ อย่างไรก็ตาม Sony ไม่ได้จำกัดความสนใจไปที่การลดน้ำหนักและขนาดของกล้องลงเท่านั้น 

Sony ยังได้มุ่งความสนใจไปที่เลนส์ซูมมาตรฐาน FE 28-60 มม. F4-5.6 (บางครั้งเรียกว่า "เลนส์ชุดคิท") นอกจากนี้ Sony ได้มุ่งที่จะสร้างเลนส์ซูมมาตรฐานแบบฟูลเฟรมที่เล็กและเบาที่สุดในโลกเพื่อชดเชยน้ำหนักของกล้อง Alpha 7C เลนส์ใหม่นี้มีขนาดเล็กและเบากว่าเลนส์ชุดคิทดั้งเดิมของ Sony กว่า 40% และได้รับการออกแบบมาสำหรับกล้องมิเรอร์เลส Alpha 7 ในปี 2013 ทั้งนี้เลนส์ใหม่มีน้ำหนักเพียง 167 กรัมเท่านั้น และได้รับการออกแบบให้หดกลับได้อย่างชาญฉลาดเมื่อไม่ได้ใช้งาน ทำให้มั่นใจได้ว่าจะใช้พื้นที่ในกระเป๋ากล้องของคุณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หรือแม้ในขณะที่ติดอยู่กับตัวกล้องก็ตาม 

นักสร้างสรรค์ภาพบางคนอาจไม่ชอบการใช้เลนส์ชุดคิท เพราะการใช้อุปกรณ์ราคาประหยัดมักจะทำให้คุณภาพลดลงเมื่อเทียบกับการใช้เลนส์ซูมพรีเมียมหรือไพรม์เลนส์ อย่างไรก็ตาม Sony ได้รังสรรค์การออกแบบเลนส์ซูมมาตรฐานใหม่นี้ และสรรค์สร้างเลนส์ที่สามารถส่งมอบความคมชัดในทุกอณูของภาพ แม้ในขณะที่ถ่ายภาพโดยเปิดรูรับแสงกว้างก็ตาม ทั้งนี้เลนส์ยังมาพร้อมกับออโต้โฟกัสที่รวดเร็ว (โดยใช้มอเตอร์โฟกัสในแนวราบ) และทนทานต่อทุกสภาพอากาศอีกด้วย จะมีอะไรยอดเยี่ยมไปกว่าชุดคิทเลนส์นี้อีก คู่หูที่สมบูรณ์แบบสำหรับกล้อง Alpha 7C อย่างแท้จริง 

ไพรม์เลนส์ F1.8 น้ำหนักเบาของ Sony

เราขอแนะนำให้นักสร้างสรรค์ภาพที่ต้องการขยายความเป็นไปได้ในการสร้างสรรค์งานของตนให้ก้าวไกลโดยใช้ชุดคิทเลนส์ขนาดเล็ก สามารถเลือกใช้ไพรม์เลนส์ F1.8 ที่รูรับแสงกว้าง 2 ตัวจากเลนส์ FE กันสั่นของ Sony 

ส่วนตัวแล้วผมอยากจะเพิ่มเลนส์ FE 20 มม. F1.8 G และ FE 85 มม. F1.8 (ทั้งสองเลนส์ต่างมีน้ำหนักน้อยกว่า 400 กรัม) เลนส์ FE 20 มม. F1.8 G จะช่วยให้นักสร้างสรรค์ผลงานที่ใช้กล้อง Alpha 7C ได้วิวพาโนรามามุมกว้างที่สุด โดยมาพร้อมกับประสิทธิภาพชั้นยอดในการถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย เพื่อใช้ถ่ายภาพในเวลากลางคืนและในขณะที่มีแสงแวดล้อมต่ำ อีกทั้งยังช่วยให้นักสร้างสรรค์สามารถถ่ายภาพดวงดาวได้อีกด้วย (สู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น) 

ผู้หญิงกับเรือ

Alpha 7C | FE 85 มม. F1.8 | 1/250 วินาที | F1.8 | ISO 400

ภาพถ่ายชายชรา

Alpha 7C | FE 85 มม. F1.8 | 1/250 วินาที | F1.8 | ISO 100

เลนส์ FE 85 มม. F1.8 ไม่เพียงให้นักสร้างสรรค์ผลงานได้ใช้เลนส์ถ่ายภาพบุคคลที่มีรูรับแสงกว้างสุดคลาสสิกซึ่งมีน้ำหนักเบาและพกพาง่ายเท่านั้น แต่ยังให้เลนส์มุมกว้างที่สุดคมชัดและให้ฉากหลังโบเก้ที่งดงาม รูรับแสงกว้าง ใบมีดรูรับแสงแบบโค้ง และความยาวโฟกัสระยะไกลแบบสั้น ไพรม์เลนส์ทั้งสองนี้ยังมีการจับโฟกัสที่รวดเร็ว ซึ่งทำให้ชุดคิทเสริมทั้งหมดสามารถถ่ายภาพที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็วได้ 

สำหรับนักสร้างสรรค์ผลงานที่ต้องการสลับจากความยาวโฟกัสแบบทั่วไปของเลนส์ซูมมาตรฐานไปใช้งานเลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างขึ้น ผมขอแนะนำให้ไปดูไพรม์เลนส์ FE 35 มม. F1.8 และ FE 55 มม. F1.8 ZA ที่มีความคมชัดสูงสุดของ Sony (เลนส์ทั้งสองต่างมีน้ำหนักน้อยกว่า 300 กรัม) และสำหรับนักสร้างสรรค์ผลงานที่ต้องการเลนส์มุมกว้างและระยะชัดตื้นที่สุด ผมขอแนะนำให้เลือกดูเลนส์ G Master ที่เบาที่สุดของ Sony ซึ่งก็คือเลนส์ FE 24 มม. F1.4 G Master ไพรม์เลนส์ทั้งหมดที่ได้กล่าวมาล้วนมีความคมชัดเมื่อใช้งานที่รูรับแสงกว้าง และเป็นชุดกล้อง/เลนส์ขนาดเล็กที่มีน้ำหนักเบา อีกทั้งตัวอุปกรณ์ยังมีขนาดเล็กมากจนผมต้องใช้สายคล้องข้อมือในการพกกล้อง แทนที่จะใช้สายคล้องไหล่หรือสายคล้องคอ

  

กล้อง Alpha 7C, กริปถ่ายภาพ GP-VPT2BT และไมโครโฟนช็อตกัน ECM-B1M

กล้อง Alpha 7C, กริปถ่ายภาพ GP-VPT2BT, รีโมทแบบไร้สาย RMT-P1BT และไมโครโฟนไร้สาย ECM-W1M ระบบ Bluetooth

เราขอแนะนำอย่างยิ่งให้ผู้ถ่ายวีล็อกเข้าไปดูอุปกรณ์เสริมระบบ Bluetooth ของ Sony รวมถึงไมโครโฟนช็อตกันดิจิทัล ECM-B1M, ระบบไมโครโฟนไร้สาย ECM-W1M ระบบ Bluetooth และกริป GP-VPT2BT ระบบ Bluetooth อุปกรณ์เสริมที่มีน้ำหนักเบาเหล่านี้จะช่วยให้คุณใช้ประโยชน์จากช่องเสียบหลายขนาดของ Sony และขีดความสามารถในการสื่อสารผ่านระบบ Bluetooth ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ถ่ายวีล็อกไม่ต้องใช้สายเคเบิลปลั๊กอินอีกต่อไป พร้อมกับยกระดับคุณภาพการบันทึกเสียงให้สูงสุดได้

สำหรับนักสร้างสรรค์ผลงานที่สนใจในการถ่ายภาพมาโคร ผมขอแนะนำให้เปลี่ยนเลนส์จาก FE 55 มม. F1.8 ZA ไปใช้เลนส์ FE 50 มม. F2.8 Macro ที่มีขนาดเล็กและเบา (236 กรัม) หรือใช้ท่อต่อมาโคร AF Macro Extension กับไพรม์เลนส์ F1.8 ที่มีอยู่ เลนส์ FE 135 มม. F1.8 G Master ยังมาพร้อมกับระยะโฟกัสที่ใกล้มากและมีคุณสมบัติการซูมไกล นี่อาจจะไม่ได้เป็นตัวเลือกในการถ่ายภาพมาโครที่แท้จริงสักเท่าไร แต่คุณก็สามารถเติมเต็มเฟรมด้วยมวลหมู่ดอกไม้และสัตว์ท้องถิ่นตัวเล็กๆ ด้วยชุดเลนส์นี้ได้

สำหรับนักสร้างสรรค์ที่กำลังมองหาคู่หูสำหรับเลนส์คลาสสิกสุดโปรดของตนจากปีก่อนๆ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดล้ำสมัยของตัวกล้องฟูลเฟรมสมัยใหม่ของ Sony เรามีข่าวดีมาบอกก็คือ เลนส์เกือบทุกตัวได้รับการออกแบบมาให้ปรับใช้กับกล้อง Alpha 7C ได้ 

เลนส์ A-Mount ของ Sony รุ่นเก่าและเลนส์ Minolta สามารถนำมาปรับใช้ผ่านตัวอะแดปเตอร์อัจฉริยะ LA-EA5 ของ Sony และผู้โชคดีที่มีเลนส์ Rangefinder สไตล์วินเทจ (หรืออาจดูเหมือนสไตล์วินเทจ) สามารถปรับใช้อุปกรณ์เหล่านี้ได้ผ่านตัวอะแดปเตอร์ AF อัจฉริยะ ซึ่งในลักษณะนี้ เลนส์โฟกัสด้วยตัวเองที่ไม่มีการป้องกันภาพสั่นไหวก็จะกลายมาเป็นเลนส์ออโต้โฟกัสได้ (ช้ากว่าเลนส์ E-Mount เนทีฟเล็กน้อย) อีกทั้งยังได้รับการป้องกันการสั่นด้วยระบบป้องกันภาพสั่นไหวภายในตัวเครื่อง (IBIS หรือระบบ SteadyShot ภายใน) ของ Sony ซึ่งจะทำให้เลนส์แก้วดีๆ ของคุณกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง

ชุดคิทเลนส์ 3 ตัวของกล้อง Alpha 7C

สุนัขบนชายหาด

Alpha 7C | FE 135 มม. F1.8 | 1/2000 วินาที | F2.8 | ISO 200

ในกรณีที่นักสร้างสรรค์ที่ใช้กล้อง Alpha 7C เลี่ยงที่จะใช้เลนส์ซูมระยะไกล F2.8 และเลนส์ซูเปอร์ซูม (28-200 มม., 24-240 มม. หรือ 70-300 มม.) ก็สามารถรักษาระดับน้ำหนักของชุดคิททั้งชุด (รวมแบตเตอรี่สำรอง ฟิลเตอร์ และขาตั้งกล้อง) ไว้ที่ประมาณ 3 กก. ได้ ผมขอแนะนำให้นักสร้างสรรค์ที่ต้องการระยะที่มากกว่าเลนส์ FE 85 มม. F1.8 เล็กน้อย แต่ยังต้องการลดน้ำหนักชุดคิทลงด้วย ให้ลองพิจารณาไพรม์เลนส์ 135 มม. หรือเลนส์ F4 70-200 มม. เช่นเลนส์ FE 70-200 มม. F4 G OSS เป็นต้น

เขื่อนไม้ริมชายหาด

Alpha 7C | FE 20 มม. F1.8 | 1/10 วินาที | F11 | ISO 100

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผมได้รู้สึกหลงใหลในการสร้างสรรค์ชุดคิทกล้องที่มีน้ำหนักเบาเพื่อให้ง่ายต่อการเดินทาง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่จะต้องมีขนาดเล็กเพียงพอที่จะสอดเข้าไปใต้ที่นั่งบนเครื่องบินที่อยู่ด้านหน้าของผมได้ และยังสามารถพกพาไปได้ทุกที่ด้วยความสะดวกสบายสูงสุด ทั้งนี้ชุดคิททั้งชุดยังต้องยัดเข้าไปในตู้นิรภัยขนาดเล็กที่คุณมักจะพบเจอได้ในห้องพักโรงแรม หรือวางไว้บนตักของคุณในขณะเดินทางด้วยรถบัสหรือรถไฟได้อีกด้วย 

อุปกรณ์บางชิ้นที่ไม่ใช่ของ Sony ที่ช่วยให้ผมลดน้ำหนักการแบกของขณะเดินทางได้ก็คือ การนำแท็บเล็ตหรือโทรศัพท์มือถือมาใช้แทนแล็ปท็อปเพื่อแก้ไขและจัดเก็บภาพ รวมถึงการนำขาตั้งกล้องแบบตั้งโต๊ะขนาดเล็กที่มีน้ำหนักเบามาใช้แทนขาตั้งกล้องโลหะที่ช่างภาพมักจะพกพากัน ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่า 2 กก. 

การใช้ขาตั้งกล้องแบบตั้งโต๊ะที่มีเซนเซอร์ป้องกันการสั่นไหวที่ยอดเยี่ยมหรือ SteadyShot™ ช่วยให้ผมยกกล้องขึ้นมาถ่ายภาพในช่วงแสงแรกหรือแสงสุดท้ายของวันได้ โดยลดรูรับแสงไปที่ F11 และใช้ค่า ISO ต่ำ ส่วนการถ่ายภาพทิวทัศน์ที่ต้องลากความเร็วชัตเตอร์ให้นานนั้น ผมชอบที่จะถ่ายภาพจากจุดชมวิวที่ต่ำมาก และใช้จอภาพ LCD แบบปรับหมุนได้เพื่อเก็บภาพทุกอย่างตั้งแต่ทิวทัศน์ท้องทะเลไปจนถึงภาพดวงดาว โดยที่ผมไม่จำเป็นต้องลงไปนอนที่พื้นเพื่อดูว่าผมจับภาพอะไรไว้ในเฟรมบ้าง

กล้อง Alpha 7C และแฟลช HVL-F28Rm

ผลิตภัณฑ์อีกชิ้นที่เราได้ประกาศเปิดตัวในวันเดียวกันก็คือกล้อง Alpha 7C ที่วางจำหน่ายในรูปลักษณ์ที่มีขนาดเล็กและเบากว่า (219 กรัม) แต่มีความละเอียดประณีตไม่น้อยกว่ากันเลย และมีแฟลชระบบคลื่นวิทยุ (HVL-F28RM รุ่นใหม่จาก Sony) 

สำหรับช่างภาพที่ต้องการใช้แฟลชเติมแสงในช่วงกลางวันที่มีแสงแดดจัด หรือในขณะที่ตัวแบบอยู่ในสภาวะย้อนแสงอยู่ แฟลช HVL-F28RM จะมอบขุมพลังทั้งหมดที่ช่างถ่ายภาพสถานที่ต้องการ ซึ่งต้องบอกเลยว่าผมสามารถเพิ่มแสงช่วยให้กับงานถ่ายภาพเชิงรายงาน/เล่าเรื่องประกอบบทบรรณาธิการในขั้นตอนหลังการถ่ายภาพได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว เพียงลากฟิลเตอร์วงกลมใน Adobe Lightroom ที่มีการรับแสง +1.00 สต็อปเพื่อเพิ่มความสว่างให้กับตัวแบบใดๆ ที่อยู่ในสภาวะย้อนแสงอยู่

รายละเอียดเงาของเซนเซอร์ฟูลเฟรมที่มีการสะท้อนแสงอยู่ที่พื้นหลังของ Sony เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมมาก แถมการกู้คืนส่วนที่มีเงามืดเกินไปในขั้นตอนหลังการถ่ายภาพก็ไม่ได้ลดทอนคุณภาพของภาพถ่ายลงเลย และแน่นอนว่านี่เป็นหนึ่งในจุดแข็งที่สำคัญในการเลือกใช้ระบบกล้องฟูลเฟรมของ Sony ทั้งนี้เซนเซอร์ฟูลเฟรมที่มีการสะท้อนแสงอยู่ที่พื้นหลังมีช่วงการรับแสงที่กว้างมาก อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพ ISO สูงที่ยอดเยี่ยม ซึ่งจะรักษาคุณภาพของภาพถ่ายไว้ได้แม้จะรับชมบนจอภาพความละเอียด 4K ที่ใหญ่ที่สุด หรือพิมพ์ภาพขนาดใหญ่ออกมาเพื่อใช้จัดงานนิทรรศการ

Alpha 7C eBook

หากคุณเป็นผู้ที่เพิ่งเปลี่ยนมาใช้งานกล้องมิเรอร์เลสของ Sony ล่ะก็ คุณอาจอยากจะลองอ่าน eBook จำนวน 440 หน้าที่ผมได้จัดทำขึ้น เพราะหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้คุณสามารถตั้งค่ากล้อง Alpha 7C พร้อมกับปรับใช้ขั้นตอนการทำงานที่แสนง่ายที่จะช่วยให้คุณไม่พลาดการถ่ายภาพใดๆ อีกทั้งหนังสือเล่มนี้ยังมาพร้อมกับวิดีโอบทช่วยสอนแบบยาวกว่า 40 วิดีโอ ซึ่งพร้อมให้รับชมบนช่อง YouTube ชื่อ Alpha Creative Skills ของผมอีกด้วย https://www.youtube.com/c/AlphaCreativeSkills 

หากต้องการดาวน์โหลด Sony Alpha 7C eBook โปรดไปที่:
www.markgaler.com/product/a7c-ebook-free-to-download

ข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบ: ความคิดเห็นในสื่อสิ่งพิมพ์นี้เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน และไม่ได้สะท้อนถึงมุมมองหรือความเห็นของ Sony เอเชียแปซิฟิก