ฮ่องกง

เดนนิส มอค

คริส เบอร์การ์ด

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 เดนนิส มอคตั้งใจเป็นอย่างมากกับการถ่ายภาพที่จะทำให้คู่บ่าวสาวสามารถสัมผัสวินาทีพิเศษได้ในวันสุดวิเศษของพวกเขา ด้วยเทคนิคมืออาชีพผสมเข้ากับการสร้างผลงานชิ้นเอกที่ทำให้คู่บ่าวสาวสามารถรับรู้ความรู้สึกทางสุนทรียที่เหมือนกับว่าสามารถดึงเอาหัวใจและจิตวิญญาณของทั้งคู่ออกมาได้จากภาพของเดนนิส ด้วยประสบการณ์ในวงการมากถึง 14 ปีของเดนนิสทำให้เขาเป็นที่รู้จักและถูกแนะนำให้กับแขกชั้นสูงเป็นอย่างมาก นอกเหนือจากการรับงานถ่ายภาพในฮ่องกงแล้ว เดนนิสเคยถูกเชิญให้ไปที่ประเทศจีน ออสเตรเลีย สวิตเซอร์แลนด์ มีภาพผลงานคู่งานแต่งบ่าวสาวมากกว่า 1,000 คู่ซึ่งรวมไปถึงคนดังในวงการและราชนิกุล เดนนิสได้รับรางวัลมากกว่า 60 รางวัลและถือเป็นช่างภาพงานแต่งแนวหน้าของโลกคนหนึ่ง ปัจจุบันเดนนิสลงทุนไปกับการเป็นโค้ชและเป็นแรงบันดาลใจให้กับช่างภาพท้องถิ่นในประเทศจีน สิงคโปร์และมาเลเซีย 

อะไรคือแรงบันดาลใจของคุณสำหรับการเป็นช่างภาพงานแต่งงาน 

ผมเริ่มต้นจากการเป็นช่างภาพถ่ายผลิตภัณฑ์สินค้าเพื่อการโฆษณา แต่แล้ววันหนึ่งที่ผมได้มีโอกาสถ่ายรูปในงานแต่งงานพี่สาวของผมและได้เห็นรอยยิ้มของผู้คนจากภาพที่ผมถ่าย มันทำให้ผมตระหนักได้ว่าผมชอบที่จะเห็นผู้คนมีความสุขบนงานถ่ายภาพของผมมากกว่าที่จะไปถ่ายรูปผลิตภัณฑ์ การถ่ายภาพแต่งงานทำให้ผมมีความสุขมากกว่าเพราะทำให้ผมได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน

ให้อธิบายถึงสไตล์การถ่ายภาพงานแต่งงานของคุณ 

สุนทรีย์สไตล์การถ่ายรูปของผมมักจะต้องยิ่งใหญ่และอลังการ

อะไรคือความท้าทายที่คุณพบในการถ่ายภาพงานแต่งงาน 

สิ่งที่ท้าทายที่สุดคือการหามุมที่ดีที่สุดโดยเฉพาะกับเจ้าสาวสิ่งนี้คือความท้าทายในการเป็นช่างภาพงานแต่งงานของผม ไม่ว่าภาพของคุณจะคมแค่ไหนหรือการจัดไฟภายในงานจะสวยแค่ไหนก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดในฐานะช่างภาพงานแต่งคือการถ่ายคู่บ่าวสาวออกมาให้ดูดีที่สุด เพราะทั้งคู่ไว้ใจเลือกผมมาแล้วในฐานะช่างภาพงานแต่งงานดังนั้นหน้าที่ของผมคือหามุมที่ดีที่สุดและจะต้องถ่ายรูปที่มีนัยสำคัญกับงานแต่งงานนี้ไปให้พวกเขาให้ได้ สิ่งที่ท้าทายอีกอย่างหนึ่งก็คือในทุกๆ งานการจัดแสงจะให้ความรู้สึกที่ไม่เหมือนกัน ผมจะต้องรู้บรรยากาศภายในงานก่อนจึงจะสามารถสร้างสรรค์รูปที่มีคุณภาพออกมาได้

อะไรคือรายละเอียดสำคัญที่จำเป็นสำหรับการถ่ายภาพงานแต่งงาน 

สิ่งสำคัญที่เน้นเลยแน่นอนว่าต้องเป็นชุดของเจ้าสาวเพราะว่านี่คือชุดที่คู่แต่งงานทุ่มเงินลงไปเยอะมาก เจ้าสาวจะมีโอกาสใส่เพียงครั้งเดียวตลอดชีวิตของเธอ

คุณใช้กล้องและเลนส์อะไร 

ผมถ่ายรูปด้วยกล้อง Alpha 9 และ Alpha 7R III โดยใช้เลนส์ FE 12-24 มม. G, FE 24-70 มม. F2.8 GM, FE 70-200 มม. F2.8 GM OSS และ FE 85 มม. F1.4 GM

อุปกรณ์ของคุณช่วยสนับสนุนการถ่ายภาพของคุณอย่างไรบ้าง 

ในแต่ละรูปที่ผมถ่ายในงานแต่งงาน ฟีเจอร์ที่ผมใช้งานมากที่สุดคือ Eye AutoFocus ผมสามารถถ่ายรูปโดยที่ไม่ต้องกังวลเลยว่าจะไม่มีการโฟกัสของภาพที่ไม่เหมาะสมกับแบบของผม ช่องสำหรับใส่การ์ดคู่ทำให้การทำงานของผมระหว่างกล้อง A9 กับกล้อง A7RM3 เป็นไปได้อย่างราบรื่น ในส่วนคุณภาพของรูปความกว้างของช่วงไดนามิคที่มีในกล้องของโซนี่ทำให้การแก้รูปหลังงานทำได้ง่ายมาก ด้วย AF point ทำให้ผมสามารถเก็บรายละเอียดของรายละเอียดเล็กๆ ได้อย่างเช่นแหวนแต่งงานที่อยู่ตรงขอบของรูปภาพ เลนส์ของโซนี่ถือเป็นเลนส์ที่มีคุณภาพสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลนส์ G master เป็นเลนส์ที่น่าประทับใจมาก ทั้งคมทั้งเก็บรายละเอียดของสีได้ดี ชุดอุปกรณ์ถ่ายภาพที่เอ่ยถึงมาทั้งหมดรวมกันถือว่ามีน้ำหนักไม่มาก ซึ่งทำให้ผมสามารถรับงานแต่งงานได้ตลอดทั้งวันโดยที่ไม่เหนื่อยมากนัก 

อุปกรณ์ของ Dennis

ILCE-7RM3

Alpha 7R III 

ILCE-7RM3

SEL2470GM

FE 24-70 มม. F2.8 GM

SEL2470GM

SEL85F14GM

FE 85 มม. F1.4 GM

SEL85F14GM

SEL70200GM

FE 70-200 มม. F2.8 GM OSS

SEL70200GM

SEL1224G

FE 12-24mm F4 G

SEL1224G