หมายเลข ID หัวข้อ : 00176469 / ปรับปรุงครั้งล่าสุด : 11/04/2018

การแก้ปัญหาสำหรับการเชื่อมต่อ Bluetooth กับอุปกรณ์ audio ใน Android TV ที่ออกจำหน่ายในปี 2017.

ผลิตภัณฑ์และหมวดสินค้าที่ใช้ได้กับหัวข้อนี้

ข้อสำคัญ: เรื่องนี้เป็นวิธีการแก้ปัญหาเฉพาะรุ่น, ดูที่ Applicable Products and Categories สำหรับหัวข้อนี้ เพื่อตรวจสอบดูรายละเอียดสเปคเหล่านี้ สำหรับใช้กับเครื่องรุ่นของท่าน.

ถ้าต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ Bluetooth และรุ่นของทีวี กับการเชื่อมต่อ Bluetooth ให้อ้างอิงกับคำถามที่พบบ่อยต่อไปนี้:
ฉันสามารถใช้หูฟัง ลำโพง และซาวด์บาร์แบบ Bluetooth กับ Android TV ได้หรือไม่ ?

Q1: ไม่มีเสียงของอุปกรณ์ออดิโอที่เชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth ดังออกมา.
Q2: เสียงจากอุปกรณ์ออดิโอ มีการขาดตอน หรือไม่ตรงกับหน้าจอทีวี.
Q3: เสียงมีการสะท้อน.
Q4: ระดับวอลลุ่มของ Sound Bar ไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงได้โดยใช้รีโมทคอนโทรลของทีวี.
Q5: อุปกรณ์ ออดิโอ ที่เชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth ไม่มีการปิดลงไปเมื่อทำการปิดทีวีแล้ว.


Q1: ไม่มีเสียงของอุปกรณ์ออดิโอที่เชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth ดังออกมา.
A1: ให้ตรวจเช็คดังต่อไปนี้.

  1. ระดับวอลลุ่มของทีวี หรือของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่อาจจะต่ำ. ให้ตรวจเช็คดูระดับวอลลุ่มของแต่ละอุปกรณ์.
  2. ตรวจเช็คดูว่าอินพุทของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ตั้งไว้ที่ Bluetooth หรือไม่ .
  3. การเชื่อมต่อของ Bluetooth อาจจะไม่เสถียร. ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้.
    1. กดที่ ปุ่ม Home บนตัวรีโมทคอนโทรล.
    2. กดที่ Settings.
    3. กดที่ Bluetooth Settings ในหมวดของ Network & Accessories.
    4. ปลดอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ออกจาก Registered devices, และเชื่อมต่อกลับเข้าไปใหม่.
  4. รีเซ็ตอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ ให้กลับไปเป็นค่าจากโรงงาน. สำหรับรายละเอียดต่าง ๆ, ให้อ้างอิงกับคู่มือของเครื่องนั้น ๆ.


Q2: เสียงจากอุปกรณ์ออดิโอ มีการขาดตอน หรือไม่ตรงกับหน้าจอทีวี.
A2: ตรวจเช็คดังต่อไปนี้ตามอาการ.

เมื่อเสียงและภาพไม่ตรงกัน

  • เรื่องนี้อาจจะเกิดขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ Bluetooth ที่เชื่อมต่ออยู่.
  • ตั้งค่า AV Sync ไปเป็น Auto หรือ On. (ยกเว้น A1 ซีรีย์)
    ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้.
    1. กดที่ปุ่ม Home บนตัวรีโมทคอนโทรล.
    2. เลือกที่Settings.
    3. เลือกที่ Sound ในหมวดของ TV.
    4. เลือกที่ AV Sync, จากนั้น ตั้งไปเป็น Auto หรือ On.

      หมายเหตุ:

      • ถ้าหากตั้งไปเป็น Auto: เมื่อเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ออดิโอ, จะช่วยลดความล่าช้าระหว่างเสียงและภาพได้. (เว้นแต่เมื่อ ตั้งค่าPicture modeไปเป็น Game/Photo/Graphics.)
      • ถ้าตั้งค่าไปเป็น On: จะช่วยลดความล่าช้าระหว่างเสียงและภาพได้ตลอดเวลา.

  • ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ ถ้าหากอาการนี้เกิดขึ้นเมื่อรับชมเป็นเวลานาน ๆ.
    1. กดที่ ปุ่ม Home บนตัวรีโมทคอนโทรล.
    2. กดที่ Settings.
    3. กดที่ Bluetooth Settings ในหมวดของ Network & Accessories.
    4. ปลดอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ออกจาก Registered devices, และเชื่อมต่อกลับเข้าไปใหม่.

เมื่อเสียงมีการขาดตอนหรือมีนอยส์รบกวนเกิดขึ้น

เสียงอาจจะได้รับผลกระทบจากสถานะการเชื่อมต่อ หรือ สภาวะแวดล้อมของคลื่นวิทยุ. สาเหตุหลักอาจจะเป็นไปได้ดังนี้.

  • การวางตัว wireless LAN access point ไว้ใกล้กับอุปกรณ์ Bluetooth หรือ ทีวีนั้น.
  • อุปกรณ์ Bluetooth และทีวีอยู่ห่างกันมากเกินไป.
  • มีการใช้เตาไมโครเวฟ.

ในกรณีเหล่านั้น, ต้องมั่นใจว่าได้วาง ตัว wireless LAN access point ให้ห่างจากอุปกรณ์ Bluetooth หรือ ทีวี, หรือ วางอุปกรณ์ Bluetooth ให้ใกล้กับทีวี.

ถ้าหากอาการยังไม่ดีขึ้น ให้ลองใช้การเชื่อมต่อทางสายด้วยสาย HDMI หรือ สายต่ออนาล็อก.


Q3: เสียงมีการสะท้อน.
A3: เรื่องนี้อาจจะเกิดขึ้นเมื่อเชื่อมต่อ HDMI และ Bluetooth ในเวลาเดียวกัน. ในกรณีนี้, ให้ตัดการเชื่อมต่อ Bluetooth ออกไป และเชื่อมต่ออุปกรณ์กับ HDMI เท่านั้น.
หมายเหตุ: เพื่อการเชื่อมต่อที่เสถียร, แนะนำให้ใช้การเชื่อมต่อแบบ HDMI.


Q4: ระดับวอลลุ่มของ Sound Bar ไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงได้โดยใช้รีโมทคอนโทรลของทีวี.
A4: ระดับวอลลุ่มไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยตัวรีโมทคอนโทรลของอุปกรณ์อื่น ขึ้นอยู่กับรุ่นของ เครื่อง Sound Bar นั้น ๆ. สั่งงานด้วยตัวรีโมทคอนโทรลที่จัดมาให้กับเครื่องนั้นหรือด้วยปุ่มของเครื่อง Sound Bar.

เรื่องนี้อาจจะเกิดขึ้นเมื่อเชื่อมต่อ HDMI และ Bluetooth ในเวลาเดียวกัน. ในกรณีนี้, ให้ตัดการเชื่อมต่อ Bluetooth ออกไป และเชื่อมต่ออุปกรณ์กับ HDMI เท่านั้น.
หมายเหตุ: เพื่อการเชื่อมต่อที่เสถียร, แนะนำให้ใช้การเชื่อมต่อแบบ HDMI.


Q5: อุปกรณ์ ออดิโอ ที่เชื่อมต่อผ่านทาง Bluetooth ไม่มีการปิดลงไปเมื่อทำการปิดทีวีแล้ว.
A5: อุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่ไม่สามารถจะปิดได้จากทีวี. ให้ปิดอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออยู่นั้นด้วยตนเอง.
หมายเหตุ:ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์, ท่านสามารถใช้ฟังก์ชันเพื่อทำการปิดเพาเวอร์โดยอัตโนมัติได้เมื่อพบว่าไม่มีสัญญาณ.