หมายเลข ID หัวข้อ : 00091474 / ปรับปรุงครั้งล่าสุด : 11/04/2018

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการเชื่อมต่อเครื่องรับโทรทัศน์เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อใช้เป็นจอมอนิเตอร์.

ผลิตภัณฑ์และหมวดสินค้าที่ใช้ได้กับหัวข้อนี้

หน้านี้จะอธิบายวิธีการเชื่อมต่อผ่านทางสายไฟ. ถ้าต้องการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ให้อ้างอิงกับวิธีการเชื่อมต่อที่เหมาะสมที่แสดงรายการไว้ด้านล่างนี้:

ขึ้นอยู่กับพอร์ตที่มีในเครื่องรับโทรทัศน์และเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน , อาจจะสามารถเชื่อมต่อเครื่องรับโทรทัศน์เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่านได้ เพื่อใช้เป็นจอมอนิเตอร์ได้. อันดับแรก ,เราจะตรวจสอบชนิดของพอร์ตวิดีโอที่ท่านควรจะต้องมองหา : รูปภาพประกอบ

ข้อสำคัญ: เมื่อทำการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์โน็ตบุ็ค , อาจจะจำเป็นต้องกดคีย์ฟังก์ชันผสม - เช่น คีย์ FN+F7 ในเครื่องคอมพิวเตอร์ VAIO notebook - หรือคีย์ผสมอื่น เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ส่งสัญญาณวิดีโอออกมา.

หมายเหตุ: สำหรับรายละเอียดเฉพาะรุ่นเกี่ยวกับการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ VAIO , ให้อ้างอิงกับคู่มือการใช้งานที่จัดมาให้พร้อมกับเครื่องนั้น.

ถ้าเครื่องรับโทรทัศน์ของท่านและเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างก็มีพอร์ตวิดีโอที่ตรงกัน ท่านก็สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้งสองเข้าด้วยกันได้ง่าย ๆ โดยใช้สายไฟแบบที่เหมาะสม. ตัวอย่าง, ถ้าหากเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้พอร์ต DVI ทำการส่งสัญญาณวิดีโอออก และทีวีมีพอร์ต DVI สำหรับรับสัญญาณวิดีโอ สิ่งที่ท่านต้องการก็มีเพียงเชื่อมต่อสาย DVI เส้้นเดียวเข้ากับพอร์ต DVI ทั้งสอง; วิธีการเดียวกันก็ใช้ได้กับพอร์ตชนิดอื่นด้วย.

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะต้องทราบก็คือ คุณภาพของวิดีโอที่แสดงบนเครื่องรับโทรทัศน์จะถูกกำหนดตามวิธีการเชื่อมต่อที่ใช้เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์นั้น. เพื่อให้ได้วิดีโอคุณภาพดีที่สุด, ให้ลองใช้ การเชื่อมต่อแบบ VGA, DVI, HDMI, หรือ Component Video ; S-Video และ Composite Video สามารถจะใช้ได้ , แต่จะไม่ให้ความละเอียดสูงที่ดีนัก. อย่่างไรก็ตาม, ตัวเลือกการเชื่อมต่อของท่านอาจจะมีจำกัดตามชนิดของพอร์ตที่มีในอุปกรณ์ทั้งสอง.

เครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องรับโทรทัศน์ อาจจะไม่มีพอร์ตที่ตรงกันก็ได้. ในกรณีเช่นนี้, จะจำเป็นต้องใช้หนึ่งในวิธีการต่อไปนี้:

  1. ติดตั้งการ์ดวิดีโอในเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่ตรงกันกับพอร์ตเหมือนที่มีอยู่ในเครื่องรับโทรทัศน์นั้น.

    หมายเหตุ: ถ้าหากใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ Apple iMac , อาจจะจำเป็นต้องใช้ Thunderbolt adapter เพื่อทำการเชื่อมต่อเอาท์พุทให้กับ HDMI หรือ DVI . เข้าไปดูในเว็ปไซต์ของ Apple หรือติดต่ัอกับส่วนสนับสนุนของ Apple สำหรับความช่วยเหลือเพิ่มเติมในการเชื่อมต่อเครื่อง Apple iMac หรือเครื่อง คอมพิวเตอร์ Apple อื่น ๆ .

  2. การจัดซื้อตัวแปลงวิดีโอ.

หมายเหตุ:

  • สาย DVI-to-HDMI หรือ DVI-to-HDMI converter จะไม่รองรับหรือรับประกันเมื่อใช้ทำการเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มี DVI output และทีวีมีการเชื่อมต่อแบบ HDMI .
  • ตัวแปลงวิดีโอสามารถจะหาซื้อได้จากร้านจำหน่ายปลีกคอมพิวเตอร์ออนไลน์หรือในพื้นที่ได้.

ถึงแม้ว่าทั้งสองตัวเลือกจะใช้ได้ง่ายกว่าการติดตั้งการ์ดวิดีโออันใหม่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ , อาจจะเป็นการง่ายกว่าที่จะทำการต่อตัวแปลงวิดีโอง่าย ๆ . เนื่องจากเครื่องคอมพิวเตอร์โดยมากจะใช้พอร์ต VGA/RGB ในการส่งสัญญาณวิดีโอออกมา , บางทีท่านอาจจะจำเป็นต้องใช้ตัวแปลง VGA เพื่อผ่านสัญญาณไปให้กับเครื่องรับโทรทัศน์. ใช้ตัวแปลงชนิดต่อไปนี้ ตามอินพุทของวิดีโอที่มีอยู่ในเครื่องรับโทรทัศน์ของท่าน:

  • VGA-to-DVI
  • VGA-to-HDMI
  • VGA-to-Component Video
  • VGA-to-S-Video
  • VGA-to-Composite Video

ไม่ว่าจะติดตั้งการ์ดวิดีโอที่แตกต่างหรือตัวแปลงวิดีโอ, เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องมั่นใจว่าเครื่องคอมพิวเตอร์สามารถจะให้เอาท์พุทวิดีโอที่มีความละเอียดที่ถูกต้องการออกมาได้. ท่านจะต้องตรวจเช็คดูในคู่มือการใช้งานของเครื่องรับโทรทัศน์ของท่านเพื่อพิจารณาดูว่ารองรับความละเอียดแบบใดบ้างและจากนั้นจึงตั้งค่าของเครื่องคอมพิวเตอร์ตามส่วน Display Properties ใน Control Panel ของระบบปฏิบัติการนั้น. ความละเอียดที่มีการใช้กันมากทั่วไปสำหรับเครื่องรับโทรทัศน์คือ 640x480 และ 800x600.

หมายเหตุ:

  • สำหรับใช้งานร่วมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ VAIO , คู่มือการใช้งานสำหรับเครื่องรับโทรทัศน์ โซนี่ จะมีให้ดูได้ออนไลน์เช่นกัน.
  • แม้ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์อาจจะสามารถให้ความละเอียดออกมาได้สูงกว่า แต่เครื่องรับโทรทัศน์อาจจะไม่สามารถรับได้. เรื่องนี้สามารถจะส่งผลให้เกิดการโอเวอร์สแกน ที่ทำให้รายละเอียดของบางหน้าจอมีการถูกตัดหรือหายไปได้. ในอีกทางหนึ่ง สำหรับทีวีจอกว้างหรือ High-Definition TV (HDTV), อาจจะจำเป็นต้องทำการติดตั้งซอฟต์แวร์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่รองรับความละเอียดที่สูงกว่า่.

นอกจากความละเอียดนั้น, เครื่องคอมพิวเตอร์ยังจะต้องใช้ความถี่สแกน (เรียกอีกอย่างว่า อัตราการรีเฟรช(refresh rate)) ที่ใช้งานได้กับเครื่องรับโทรทัศน์นั้น. ความถี่สแกนทั่วไปคือ 50Hz, 60Hz, และบางครั้ง 75Hz. อีกครั้ง, ท่านควรจะตรวจเช็คในคู่มือการใช้งานของเครื่องรับโทรทัศน์ของท่านสำหรับรายละเอียดนี้.

คำเตือน: มีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายกับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ได้. การใช้ความถี่สแกน ที่ไม่รองรับสามารถจะทำให้เกิดความเสียหายกับเครื่องรับโทรทัศน์หรือเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นได้.

ตอนนี้ เราจะมาดูในเรื่องเกี่ยวกับการเชื่อมต่อสำหรับเสียง. ถ้าหากเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นไม่มีลำโพงใด ๆ เชื่อมต่ออยู่, ดังนั้นท่านจึงจำเป็นต้องเชื่อมต่อสายออดิโอเพิ่ม เว้นแต่ท่านจะใช้การเชื่อมต่อแบบ HDMI-to-HDMI . มีพอร์ตสำหรับออดิโออยู่สองแบบ ที่เราจะต้องมองหา: มินิปลั๊ก หรือ แจ็คต่อออดิโอแบบคอมโปสิต.
รูปภาพประกอบ

  • ถ้าหากเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นมี ไลน์เอาท์แบบมินิปลั๊ก และเครื่องรับโทรทัศน์มีแจ็คอินพุทออดิโอแบบคอมโปสิต ให้ใช้ สายออดิโอแบบ มินิปลั๊กไปเป็นคอมโปสิต.
    รูปภาพประกอบ
  • ถ้าหากเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นมีแจ็คเอาท์พุทออดิโอแบบคอมโปสิต และเครื่องรับโทรทัศน์มีแจ็คอินพุทออดิโอแบบคอมโปสิต ให้ใช้ สายออดิโอคอมโปสิตแบบมาตรฐาน.
    รูปภาพประกอบ
  • ถ้าหากเครื่องคอมพิวเตอร์มี มินิแจ็คไลน์เอาท์แบบ 3.5 มม.และเครื่องรับโทรทัศน์มีมินิปลั๊กไลน์อิน แบบ 3.5 มม., ให้ใช้สายออดิโอแบบมินิปลั๊กเป็นมินิปลั๊ก .
    รูปภาพประกอบ

หมายเหตุ: สายออดิโอที่สามารถจะให้เสียงที่เป็นสเตอริโอ (เสียงช่องด้านซ้ายและด้านขวา) กับเครื่องรับโทรทัศน์และจะมีจำหน่ายในร้านขายปลีกอิเลกทรอนิคส์ ร้านคอมพิวเตอร์ ทั้งแบบออนไลน์หรือในพื้นที่ส่วนใหญ่.