หมายเลข ID หัวข้อ : 00124333 / ปรับปรุงครั้งล่าสุด : 18/02/2016

กล้องมีการปิดไปเองโดยอัตโนมัติ.

ผลิตภัณฑ์และหมวดสินค้าที่ใช้ได้กับหัวข้อนี้

ให้ตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้:

ตรวจสอบว่า โหมด power-save(ประหยัดพลังงาน) มีการเปิดไว้หรือไม่

ถ้าหากท่านไม่ได้ใช้งานตัวกล้องในช่วงระยะเวลาหนึ่ง, ตัวกล้องจะเข้าสู่โหมด power-save(ประหยัดพลังงาน). โดยที่การประหยัดพลังงานนี้จะสามารถปลดการทำงานได้โดยการใช้งาน เช่น การกดปุ่มชัตเตอร์ลงไปครึ่งหนึ่ง.
ท่านสามารถทำการเปลี่ยนความยาวนานของเวลาก่อนที่กล้องจะเข้าสู่โหมด power-save(ประหยัดพลังงาน) ได้.

หมายเหตุ: ชื่อของการปรับตั้งอาจจะแตกต่างกันไปตามรุ่นของกล้อง. สำหรับรายละเอียดต่าง ๆ, กรุณาอ้างอิงกับคู่มือการใช้งานของรุ่นนั้น ๆ.

ตรวจสอบสภาวะแวดล้อมของการใช้งาน

เมื่อใช้กล้องในสภาวะแวดล้อมที่อากาศหนาวเย็น, อาจจะเกิดการกลั่นตัวเป็นหยดน้ำได้ เมื่อมีการนำตัวกล้องไปอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่อบอุ่นกว่า, ทำให้กล้องไม่สามารถใช้งานตามปกติได้. ถ้าหากท่านใช้กล้องของท่านภายนอกอาคาร, ให้รอ 2-3 ชั่วโมงในห้อง จนกระทั่ง หยดน้ำที่กลั่นตัวจะหายไปหมด.

ในบางเครื่อง, กล้องจะมีการปิดไปเองโดยอัตโนมัติ เมื่ออุณหภูมิของกล้องมีค่าสูงมากในสภาวะแวดล้อมที่ร้อน. เรื่องนี้เป็นไปตามค่าในสเปคของตัวกล้อง.
เมื่ออุณหภูมิของตัวกล้องสูงขึ้น, รูปภาพสีเหลือง Image (ไอคอนเตือนการมีความร้อนเกิน) แสดงขึ้นมาบนหน้าจอ LCD. ในกรณีนี้, ให้ปิดกล้องไปก่อนและปล่อยทิ้งไว้ชั่วครู่เพื่อให้อุณหภูมิลดต่ำลง.

ตรวจสอบการเซ็ตอัพสำหรับการถ่ายภาพ

เมื่อทำการถ่ายภาพยนตร์ หรือ เมื่อถ่ายภาพในโหมด burst(ถ่ายเป็นชุด), จะมีการตรวจจับอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น. เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นถึงบางระดับ กล้องจะปิดไปเองโดยอัตโนมัติเพื่อเป็นมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย. ลักษณะการทำงานอย่างนี้เป็นเรื่องที่ปกติ. กรุณาปล่อยให้กล้องเย็นตัวลงก่อนเป็นเวลา 1 ชั่วโมง.

ตรวจสอบแบตเตอรี่

ตัวแบตเตอรี่สามารถทำให้กล้องเกิดดับลงไปได้อย่างทันใดได้เช่นกัน, เช่น ในกรณีที่ไม่ได้มีการชาร์จไฟไว้จนเต็ม.
ให้ใช้แต่แบตเตอรี่ Sony ที่เป็นของแท้เท่านั้น. ตรวจสอบให้แน่ใจว่า แบตเตอรี่นั้นได้มาจากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งจาก Sony.
ให้แบตเตอรี่มีการชาร์จไฟไว้เป็นเวลาหลายชั่วโมงก่อนที่จะใส่เข้าไปในกล้อง.

ทำตามขั้นตอนต่าง ๆ ด้านล่างเพื่อทำการตรวจสอบว่า ทำไมแบตเตอรี่ที่ชาร์จไฟใหม่ได้ถึงไม่ได้รับการชาร์จไฟได้อย่างถูกต้อง.

  1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่า แบตเตอรี่นั้นมีประจุไฟที่เพียงพอ.
    ให้ทำการชาร์จไฟให้แบตเตอรี่ที่เพียงพอ ถ้าหากแบตเตอรี่นั้นมีการคายประจุเกินขนาดไป, เช่น ในตอนที่ซื้อมา หรือ เมื่อไม่ได้ทำการชาร์จไฟมาเป็นเวลานาน.

    หมายเหตุ: แบตเตอรี่่จะมีการคายประจุออกไปเองทีละน้อย ๆ ตามธรรมชาติ, แม้จะไม่ได้มีการใช้งาน.
  2. ตรวจสอบว่า ขั้วของแบตเตอรี่หรือขั้วของตัวชาร์จแบตเตอรี่มีสิ่งสกปรกหรือไม่.
    ถ้าขั้วแบตเตอรี่สกปรก, ให้ตรวจสิ่งสกปรกนั้นออกด้วยผ้าที่แห้ง, ก้านสำลี, หรือสิ่งที่คล้ายกัน. จากนั้นให้ทำการชาร์จไฟเข้าไปให้กับแบตเตอรี่.

    ตัวอย่างของขั้วต่อที่สกปรก (สำหรับ NP-BD1)

    Image

    (A) ลายนิ้วมือที่ขั้วต่อ
    (B) วัตถุแปลกปลอมที่ขั้วต่อ
    (C) อ้างอิง: ขั้วต่อที่สะอาด

    หมายเหตุ: ให้ระมัดระวังอย่าไปสัมผัสกับขั้วของแบตเตอรี่ด้วยมือเปล่าของท่านหรือวัตถุที่เป็นโลหะ.
  3. ให้เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่, และดูว่าอาการยังคงมีอยู่ต่อไปหรือไม่.

    แต่ถ้าหากท่านมีแบตเตอรี่ก้อนอื่น, ให้ลองใช้ชุดแพ็คแบตเตอรี่อันใหม่.
    ถ้าหากอาการเดียวกันนี้ยังเกิดกับแบตเตอรี่อันอื่น แสดงว่าตัวแบตเตอรี่หรือตัวชาร์จแบตเตอรี่หรือกล้องอาจมีความบกพร่อง.

    ถ้าหากปัญหายังไม่สามารถจะแก้ได้, ตัวกล้องอาจต้องได้รับการตรวจสอบ.