ข้ามไปยังเนื้อหา



G Master

บทสัมภาษณ์วิศวกร

วิศวกรของ Sony พูดคุยเกี่ยวกับแนวคิดของเลนส์ G Master ที่เกิดจากการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางเทคโนโลยีและการออกแบบออปติคอลที่ไร้ที่ติ

วิสัยทัศน์เบื้องหลัง G Master

แบรนด์ใหม่กับวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับกล้องแห่งอนาคต G Master แสวงหาการถ่ายทอดระดับสุดยอดด้วยความละเอียดสูงและโบเก้ 

ฝ่ายการวางแผนผลิตภัณฑ์

Akira Shiraishi

Akira Shiraishi

Shiraishi:

ย้อนกลับไปในปี 2013 ตอนที่เราเปิดตัว α7 ซีรีส์ เรารวบรวมกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เน้นเลนส์ซูม F4 เป็นสำคัญและไพรม์เลนส์ค่อนข้างเล็กตามแนวคิดขนาดเล็กและประสิทธิภาพสูง เบื้องหลังการเปิดตัวนี้เราได้ยินจากลูกค้าจำนวนมากที่ต้องการเลนส์ซูม F2.8 และไพรม์เลนส์ F1.4

ในขณะเดียวกันตัวกล้องได้พัฒนาจาก α7R ที่มีความละเอียดที่เท่ากับ 36.4 ล้านพิกเซลไปเป็น α7R II ซึ่งมีประมาณ 42.4 ล้านพิกเซล และมาพร้อมกับการป้องกันภาพสั่นไหวแบบ 5 แกน

เทคโนโลยีเซนเซอร์ภาพจะยังคงพัฒนาต่อไป และเราเชื่อว่าความละเอียดสูงเป็นค่านิยมสากลที่จะเริ่มมีความสำคัญมากขึ้น โบเก้เลนส์ก็เป็นอีกหนึ่งค่านิยมสากล และค่านิยมทั้งคู่จะเป็นที่ต้องการต่อไปเรื่อยๆ ด้วยแนวคิดนี้ พร้อมกับการพัฒนาเลนส์ซูม F2.8 รูรับแสงกว้างและไพรม์เลนส์ F1.4 เราได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ที่มุ่งเน้นผสานความละเอียดสูงเข้ากับโบเก้อย่างมีประสิทธิภาพ

Sony รู้ถึงอนาคตของเซนเซอร์ภาพ ดังนั้นเลนส์ตัวนี้จะยังคงรับรองได้แม้ประสิทธิภาพของกล้องจะพัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง 

ผลิตภัณฑ์ทั้งสามตัวที่เราได้พัฒนาขึ้นมาภายใต้แบรนด์ใหม่ G Master ได้แก่ เลนส์ซูมมาตรฐาน FE 24–70 มม. F2.8 GM ซึ่งเล็งเป้าไปที่ประสิทธิภาพความละเอียดระดับไพรม์เลนส์ที่ทุกความยาวโฟกัส, เลนส์ถ่ายภาพบุคคล FE 85 มม. F1.4 GM ที่เน้นหนักไปที่การแสดงภาพโบเก้จากโฟกัสคมชัดที่สุดไปจนถึงพื้นหลัง และเลนส์ซูมระยะไกล FE 70–200 มม. F2.8 GM OSS ที่ทุ่มเทให้กับการจับภาพความละเอียดสูงยิ่งเมื่อถ่ายภาพระยะไกลและโบเก้สวยน่าทึ่งเมื่อถ่ายภาพบุคคล

เลนส์เหล่านี้ใช้หลากหลายเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ซึ่งรวมถึงชิ้นเลนส์ XA (Extreme Aspherical) ที่เราได้พัฒนาขึ้นมาใหม่ Sony เป็นผู้ผลิตเซนเซอร์ภาพชั้นนำและมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิวัฒนาการของเซนเซอร์ภาพในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร ผมเชื่อว่าหน้าที่ของ G Master ซีรีส์คือการเตรียมรับมือความก้าวหน้านี้และมอบเลนส์ที่จะยังคงมีความสำคัญต่อไปในอนาคต

เลนส์ G Master

เลนส์ Aspherical ที่เหนือชั้น

Masanori Kishi

G Master น่าจะเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้หากไม่มีองค์ประกอบสำคัญนี้

รองผู้จัดการทั่วไป - แผนกออกแบบกลไกเลนส์

Masanori Kishi

Kishi:

ในการพัฒนา G Master เราได้นำชิ้นเลนส์ XA (Extreme Aspherical) ที่มีความแม่นยำของพื้นผิวระดับ 0.01 ไมครอนมาใช้ ก่อนอื่นต้องบอกว่าเลนส์ Aspherical นั้นผลิตได้ยากมาก และการดูว่าเราจะสามารถเพิ่มความแม่นยำของพื้นผิวได้มากแค่ไหนนั้นก็เป็นความท้าทายสำหรับเรา

ที่จริงแล้วในขณะที่เรากำลังพัฒนาเทคโนโลยีนี้ เราได้ร่วมมือกับวิศวกรที่ไซต์การผลิตของ Sony Global Manufacturing & Operations Corporation ในจังหวัด Aichi ประเทศญี่ปุ่น ที่นั่นมีเทคโนโลยีผลิตเลนส์ Aspherical และหลังจากที่ได้ตรวจสอบทุกขั้นตอนการผลิตตั้งแต่ต้น เราได้เพิ่มกระบวนการใหม่เข้าไป

ผมมั่นใจว่าเลนส์ XA ที่เราสามารถผลิตออกมาได้ในที่สุดนั้นมีคุณภาพสูงที่สุดในโลก ผมคิดว่าเหตุผลที่เราสามารถปรับแต่งเลนส์จนสมบูรณ์แบบในระดับสูงขนาดนี้ได้เพราะเราสามารถใช้เทคโนโลยีที่ไม่เหมือนใครซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของ Sony และร่วมพัฒนาขึ้นมาอย่างใกล้ชิดกับโรงงานผลิต

ความแม่นยำของพื้นผิวบนเลนส์ทั่วไป
ความแม่นยำของพื้นผิวบนเลนส์ทั่วไป
ความแม่นยำของพื้นผิวบนเลนส์ XA
ความแม่นยำของพื้นผิวบนเลนส์ XA (0.01 ไมครอน)
เลนส์ Extreme Aspherical

เลนส์ XA (Extreme Aspherical) เพิ่มประสิทธิภาพของชิ้นเลนส์อื่นๆ จนถึงระดับสูงสุดเพื่อให้ได้ความละเอียดสูงและโบเก้ที่เป็นธรรมชาติ

โดยปกติแล้วในการออกแบบเลนส์ เราจะไม่ให้ทุกชิ้นเลนส์มีประสิทธิภาพและความไวเหมือนกัน แต่เราจะปรับการออกแบบให้เหมาะสมที่สุดด้วยการกำหนดบทบาทหน้าที่ให้กับชิ้นเลนส์แต่ละชิ้นแทน ซึ่งเป็นเช่นเดียวกันสำหรับ G Master เพราะเรามีชิ้นเลนส์ XA ที่มีความแม่นยำของพื้นผิวสูง เราจึงสามารถใส่คุณสมบัติอย่างเช่นความไวและความสามารถในการชดเชยความคลาดเคลื่อน ผลที่ตามมาคือเราสามารถทำให้เลนส์ทั้งหมดมอบความละเอียดสูงกว่าที่เคยเป็นมา 

ผมคิดว่าเหตุผลที่ G Master สามารถให้ความละเอียดทั้งจากตรงกลางภาพและมุมภาพและให้โบเก้ที่เป็นธรรมชาติมากๆ ได้ก็เพราะเราสามารถสร้างชิ้นเลนส์ XA ที่มีความแม่นยำของพื้นผิว 0.01 ไมครอนซึ่งสูงมากๆ อาจจะไม่ถือเป็นการพูดเกินจริงถ้าหากจะพูดว่า G Master น่าจะเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้หากไม่มีการพัฒนาชิ้นเลนส์ XA ของเรา

ความละเอียดสูงและโบเก้ในที่สุดก็เข้ากันได้

การสร้างการผสมผสานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นจากองค์ประกอบที่ขัดแย้งกัน ด้วยความถี่ที่ 50 เส้นคู่ต่อมิลลิเมตรตาม MTF Baseline

Masanori Kishi

Kishi:

เนื่องจากความละเอียดสูงและโบเก้ที่สวยงามโดยปกติแล้วจะไปด้วยกันไม่ได้ จึงเป็นเรื่องยากมากที่จะนำทั้งสองมารวมตัวกันในรูปแบบที่ดีที่สุด ในด้านความละเอียด เราได้นำ MTF1 ที่มีความถี่เชิงพื้นที่ 50 เส้นคู่ต่อมิลลิเมตรมาใช้เป็นบรรทัดฐานการออกแบบของเรา ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ท้าทายที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ความถี่เชิงพื้นที่ที่สูงขึ้นแปลว่าเลนส์สามารถถ่ายทอดรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงปลีกย่อยในคอนทราสได้ดีกว่า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว เราได้กำจัดความคลาดเคลื่อนทางออปติคอลหลายประการออกไปโดยสิ้นเชิง เช่น ความคลาดเคลื่อนของสีและโคมาที่ขั้นตอนการออกแบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อขจัดความคลาดเคลื่อนที่มุมของภาพ เราได้ทำการจำลองซ้ำหลายครั้ง และลบความคลาดเคลื่อนทีละนิดจนกว่าเราจะได้การออกแบบออปติคอลสุดท้าย 

แน่นอนว่าการทำให้มีความถี่เชิงพื้นที่สูงเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันว่าเลนส์จะดี เนื่องจากอาจจะมีหลายส่วนประกอบความถี่ต่ำขึ้นอยู่กับวัตถุที่จะถ่าย ในท้ายที่สุด เป้าหมายควรจะเป็นภาพถ่ายที่ดูดีเมื่อคุณพบเห็น ดังนั้นสิ่งที่สำคัญคือการบรรลุการออกแบบที่สมดุลกันดีตั้งแต่ความถี่ต่ำไปจนถึงความถี่สูง

ในขั้นตอนการออกแบบเลนส์ ขณะที่เรากำลังเพิ่มขึ้นความละเอียด เราก็ต้องตรวจสอบโบเก้อย่างต่อเนื่อง ในการทำเช่นนี้ เราได้ใช้การจำลองโบเก้เพื่อให้แน่ใจว่าโบเก้ไม่ได้รับผลกระทบในเชิงลบในขณะที่ประสิทธิภาพ MTF ดีขึ้น 

อย่างที่กล่าวมาโบเก้เลนส์เป็นสิ่งที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง และมีหลายประเภทด้วย ตัวอย่างเช่น หน้าและหลัง และจากระยะใกล้ไปจนถึงระยะไกล เนื่องจากประเภทของโบเก้แตกต่างกันไปตามความยาวโฟกัส จึงไม่ใช่สิ่งที่สามารถตัดสินด้วยการจำลองเพียงอย่างเดียว 

เราจึงต้องนำการจำลองโบเก้มาใช้อย่างชำนาญ โดยใช้ประสบการณ์และความรู้ที่สั่งสมมาของ Sony เราจึงมองหาเอฟเฟกต์โบเก้ที่ลูกค้าของเราคิดว่าสวยงามด้วยวิธีนี้อย่างต่อเนื่อง

ภาพจากการจำลองโบเก้

ภาพจากการจำลองโบเก้

รูรับแสง Circular แบบ 11 ใบมีด

Shiraishi:

ภายในการออกแบบออปติคอล มีหลายองค์ประกอบที่มีผลกระทบต่อโบเก้ แต่เป็นเรื่องยากที่จะกำจัดองค์ประกอบเหล่านั้นออกไปโดยสิ้นเชิงในขั้นตอนการออกแบบออปติคอล ไม่ว่าอย่างไรความแตกต่างก็จะเกิดขึ้นในแต่ละตัวผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่าย ดังนั้นเลนส์ G Master ซีรีส์จึงได้รับการตรวจสอบทีละตัวในระหว่างกระบวนการผลิตและได้รับการปรับเพื่อรับรองว่าเลนส์จะผลิตโบเก้ที่ดีที่สุดก่อนการจัดส่ง 

ในการทำการปรับแต่งเหล่านี้ คุณต้องทำสิ่งต่างๆ อย่างเช่นการสร้างอุปกรณ์ปรับแต่งขึ้นมาใหม่และเพิ่มกลไกปรับแต่งเลนส์เข้าไปในตัวเลนส์ กลไกที่นำมาใช้ในขั้นตอนการดำเนินการนี้เป็นสิ่งจำเป็นล่วงหน้าขั้นตอนนี้เสียอีก แต่อย่างไรก็ตาม การปรับโบเก้แบบนั้นทำให้เราสามารถส่งมอบเลนส์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเราได้ และผมคิดว่าทัศนคติและจิตวิญญาณแบบนี้เป็นส่วนสำคัญของแนวคิด G Master    

FE 85 มม. F1.4 GM และ FE 70–200 มม. F2.8 GM OSS ใช้รูรับแสง Circular แบบ 11 ใบมีดเป็นครั้งแรกในเลนส์ α ซึ่งการพัฒนารูรับแสงแบบ 11 ใบมีดปัจจุบันได้รับแรงบันดาลใจจากความต้องการที่จะทำให้โบเก้เป็นวงกลมมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ที่การตั้งค่ารูรับแสงกว้าง และประโยชน์เพิ่มเติมของการเพิ่มจำนวนใบมีดคือช่วยให้ออกแบบเลนส์ได้กะทัดรัดมากขึ้นสำหรับหน่วยรูรับแสงที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางรูรับแสงกว้างมาก

เลนส์ได้รับการปรับทีละตัวในระหว่างกระบวนการผลิตเพื่อรับรองว่าเลนส์จะผลิตโบเก้ที่ดีที่สุด

โบเก้ที่มีรูรับแสงแบบ 11 ใบมีด

โบเก้ที่มีรูรับแสงแบบ 11 ใบมีด

โบเก้ที่มีรูรับแสงแบบ 7 ใบมีด

โบเก้ที่มีรูรับแสงแบบ 7 ใบมีด

กลไกขับเคลื่อนล้ำสมัย

ความละเอียดและโบเก้ได้รับการปรับแต่งให้ดีที่สุดโดยการออกแบบออปติคอล แล้วนำไปทดสอบด้วยเทคโนโลยี Actuator ของ Sony 

Ring Drive SSM และมอเตอร์แนวราบ

Kishi:

แม้ว่าคุณจะสามารถสร้างความสมดุลระหว่างความละเอียดสูงกับโบเก้และบรรลุประสิทธิภาพระดับสูงสุดได้ คุณก็ยังไม่มีโอกาสที่จะได้สัมผัสกับประสิทธิภาพนั้นหากปราศจากความแม่นยำในการโฟกัสที่เท่ากัน ด้วยเหตุผลดังกล่าว ความแม่นยำระดับสุดยอดจึงเป็นสิ่งจำเป็นด้วยเช่นกัน เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากประสิทธิภาพของเลนส์นั้น ขณะที่นักออกแบบออปติคอลกำลังเพิ่มประสิทธิภาพให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เราได้มอบความสามารถในการโฟกัสที่เหลือเชื่อให้แก่ G Master โดยการผสาน Actuator ล้ำสมัยของ Sony ที่พัฒนาขึ้นมาโดยใช้เทคโนโลยีที่เป็นกรรมสิทธิ์ของเรา เข้ากับกลไกที่ได้รับการปรับให้เหมาะสมกับลักษณะออปติคอลของเลนส์แต่ละตัว 

FE 70–200 มม. F2.8 GM OSS จัดการกับน้ำหนักของเลนส์โฟกัสโดยการแยกกลุ่มโฟกัสออกเป็นสองกลุ่มโฟกัสแยกต่างหาก ซึ่งโดยปกติเป็นชิ้นเดียว การทำเช่นนี้จึงเป็นการกระจายน้ำหนัก นอกจากนี้โดยการรวมกลุ่มโฟกัสเข้ากับ Actuator แต่ละตัวและควบคุมในแบบแยกจากกัน เลนส์จึงสามารถโฟกัสได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้นไม่เพียงแค่สำหรับภาพนิ่งเท่านั้นแต่สำหรับวิดีโอด้วย การแยกกลุ่มโฟกัสออกเป็นสองกลุ่มจะสร้างโครงสร้างลอยตัวที่ทำให้สามารถแก้ไขความคลาดเคลื่อนต่างๆ ในทุกระยะห่างจากวัตถุได้อย่างมีประสิทธิภาพ และด้วยโครงสร้างลอยตัวนี้เองที่สามารถควบคุมได้อย่างเป็นอิสระเต็มที่ คุณจึงสามารถปรับตำแหน่งของชิ้นเลนส์ทีละตัวไปยังตำแหน่งที่ดีที่สุด ซึ่งจะไม่สามารถทำได้กับโครงสร้างลอยตัวทั่วไป ทำให้สามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากประสิทธิภาพประจำตัวของเลนส์

1. Ring Drive SSM     2. มอเตอร์แนวราบ

เทคโนโลยี Actuator ล้ำสมัยเปิดโอกาสให้ถ่ายภาพในสไตล์ที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

นอกจากนี้ FE 85 มม. F1.4 GM และ FE 70–200 มม. F2.8 GM OSS มาพร้อมกับระบบมอเตอร์ Ring Drive SSM รุ่นใหม่ที่ปรับประสิทธิภาพของ Ring Drive SSM ที่ใช้ในเลนส์ A-mount สำหรับ AF คอนทราสในกล้องเลนส์แบบเปลี่ยนได้มิเรอร์เลส กล้องเลนส์แบบเปลี่ยนได้มิเรอร์เลสที่ใช้ AF คอนทราสต้องใช้ตัวขับเคลื่อนแบบลูกสูบขนาดเล็กเมื่อกำลังโฟกัสเช่นกัน ซึ่งหมายความว่าการหมุนที่ราบรื่นเป็นสิ่งจำเป็น

Ring Drive SSM มีการหมุนที่ราบรื่นจากการติดตั้งตลับลูกปืนเม็ดกลมเป็นครั้งแรก FE 85 มม. นอกจากนี้ F1.4 GM ยังมาพร้อมกับเซนเซอร์สองตำแหน่งที่ตรวจจับและควบคุมเลนส์โฟกัสโดยตรง ด้วย Ring Drive SSM ที่ยอดเยี่ยม เซนเซอร์ตรวจจับสองตำแหน่ง และอัลกอริธึมขับเคลื่อนขั้นสูง จึงทำให้การควบคุมตำแหน่งของเลนส์ที่ระดับ 1 ไมครอนเป็นไปได้ ช่วยให้ได้ AF ความแม่นยำสูงอย่างยิ่ง

ระบบมอเตอร์ Ring Drive SSM
Masanori Kishi

Kishi:

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้คนจะได้ทดลองใช้คุณสมบัติ "Eye AF (โฟกัสอัตโนมัติ)" ซึ่งจะทำการโฟกัสดวงตาของวัตถุ เมื่อใช้งานร่วมกับ FE 85 มม. F1.4 GM รวมถึง α7 ซีรีส์ เพราะเมื่อผู้คนได้ลองแล้ว ผมคิดว่าพวกเขาจะตระหนักถึงความแม่นยำของการโฟกัสที่สูงของเลนส์ตัวนี้ เลนส์ 85 มม. F1.4 ทั่วไปมีปัญหาในการโฟกัสดวงตาอย่างสมบูรณ์ด้วย AF เนื่องจากความตื้นของระยะชัดลึก 

มืออาชีพหลายคนใช้โฟกัสแมนนวลเพื่อให้โฟกัสได้อย่างแม่นยำกับเลนส์ 85 มม. F1.4 ผมจึงคิดว่าเป็นเรื่องแสนวิเศษที่เราสามารถทำให้การบรรลุความแม่นยำระดับนั้นด้วย AF เป็นเรื่องง่าย แม้ว่า 85 มม. F1.4 จะเป็นเลนส์ที่มีระยะชัดลึกตื้นมาก เราก็ได้บรรลุความแม่นยำที่เพียงพอในการผลักดันเลนส์โฟกัสไปถึงจุดที่ช่างภาพสามารถโฟกัสไม่เพียงรูม่านตา แต่ยังสามารถโฟกัสเปลือกตา ปลายขนตา พื้นผิวรูม่านตา หรือภาพสะท้อนได้ตามความตั้งใจของพวกเขา 

เทคโนโลยี Actuator ล้ำสมัยที่ติดตั้งมากับเลนส์เหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้เราสามารถบรรลุความแม่นยำระดับนี้ได้ ผมคิดว่าความแม่นยำระดับนี้จะนำไปสู่สไตล์การถ่ายภาพที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากก่อนหน้านี้ช่างภาพต้องจดจ่ออยู่กับการโฟกัสอย่างแม่นยำ แต่ทว่า ในตอนนี้ช่างภาพมีอิสระมากขึ้น กับการเปลี่ยนมุมมอง และปล่อยให้วัตถุเคลื่อนที่ไปรอบๆ ได้ ทั้งหมดนี้ในขณะที่รูม่านตายังได้รับการโฟกัส

Akira Shiraishi

ข้อความจาก Akira Shiraishi

ผมชื่นชอบ FE 85 มม. F1.4 GM เป็นพิเศษ เมื่อสิบปีก่อนผมได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเลนส์ A-Mount 85 มม. F1.4 ซึ่งในบรรดาเลนส์ α 85 มม. F1.4 มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์พร้อมทั้งสเปกที่ยอดเยี่ยม ผมคิดว่านี่เป็นเลนส์ที่เหมาะอย่างยิ่งที่จะเป็นตัวแทนของแบรนด์ α

ในการสร้าง 85 มม. F1.4 ตัวใหม่นี้ ผมอยากทำให้เลนส์นี้เป็นเลนส์ระดับสุดยอดที่เหนือกว่าเลนส์ทุกตัวก่อนหน้า ผมคิดว่าเราทำเรื่องนี้ได้สำเร็จ และผมหวังว่าความรู้สึกที่เรามีต่อ FE 85 มม. F1.4 GM จะเป็นเหมือนกันกับของคนอื่น และโดยการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับ F4 ซีรีส์จากลูกค้าของเราอย่างตั้งใจ เราจึงสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพของเลนส์อีกสองตัวของเราใน G Master ซีรีส์ ซึ่งก็คือ FE 24-70 มม. F2.8 GM และ FE 70-200 มม. F2.8 GM OSS ผมหวังว่าลูกค้าที่กำลังใช้ F4 ซีรีส์อยู่จะได้ทดลองใช้รุ่น F2.8

ข้อความจาก Masanori Kishi

เพื่อนำไปสู่การเปิดตัวเลนส์ที่ยอดเยี่ยมทั้งสามตัวพร้อมกันภายใต้แบรนด์ใหม่ G Master นักพัฒนาของเราทุกคนได้ยกระดับมาตรฐานอย่างต่อเนื่องโดยการอัดความสามารถมากที่สุดเท่าที่เราสามารถทำได้เข้าไปในเลนส์แต่ละตัว รวมถึงความสามารถในการใช้งานชั้นยอด โดยไม่มีการตัดทอนสิ่งใด ตั้งแต่การเปิดตัว α7 ซีรีส์ เราได้รับความคิดเห็นและข้อมูลที่มีคุณค่าจำนวนมากจากผู้ใช้มืออาชีพจำนวนหนึ่ง    

เรานำผลิตภัณฑ์เหล่านี้ออกสู่ตลาดโดยการปรับแต่งทุกรายละเอียดจนได้รับผลลัพธ์ที่ควรจะเป็น ไม่ว่าจะในเรื่องความสามารถในการใช้งาน ประสิทธิภาพ หรือคุณสมบัติอื่นๆ ในลักษณะที่ตอบสนองต่อข้อมูลที่ผู้ใช้มอบให้ ผมเชื่อว่าเราได้สร้างเลนส์ที่ผมสามารถแนะนำด้วยความมั่นใจอย่างแท้จริง ซึ่งผมจะมีความสุขที่ได้เห็นผู้คนใช้เลนส์เหล่านี้จริงๆ และสนุกกับการถ่ายภาพด้วยเลนส์เหล่านี้ ผมหวังว่าผู้คนจะสนุกกับการผสมผสานที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนระหว่างความละเอียดกับโบเก้อันสวยงาม ซึ่ง G Master ซีรีส์ใหม่นี้มอบให้ได้

Masanori Kishi

เลนส์แห่งอนาคตในมือคุณแล้วจาก Sony

ความละเอียดสูงและโบเก้ที่น่าตื่นตามาพร้อมกันในเลนส์ที่จะยังคงให้ประสิทธิภาพขั้นสูงสุดพร้อมกับตัวกล้องที่ล้ำหน้าที่สุดแม้เวลาจะผ่านไปหลายปี